วกับกำลังมองคนไร้สติคนที่ไม่มีความสามารถ แถมยังหน้าด้านหน้าทน เรียกร้องให้คนอื่นช่วยเหลือโดยไม่ละอายใจแบบนี้ กล้าดีอย่างไรกัน?แรกเริ่มอันจิ่วเม่ยคิดจะปล่อยฟางเจียวเหม่ยไป คิดว่า ถ้าอีกฝ่ายอยากทำตัววุ่นวายก็คงปล่อยให้บ้าไปสักพัก ยังไงก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเธอแต่ตอนนี้ฟางเจียวเหม่ยกลับพูดจาเหมือนคนขาดสติ ไม่มีความเกรงใจใด ๆ หลงคิดว่าตัวเองสามารถเอ่ยอะไรก็ได้ตามใจชอบเสียงของฟางเจียวเหม่ยดังขึ้นอีกครั้งด้วยน ้าเสียงตัดพ้อหนักหน่วง “คุณยังช่วยเว่ยป๋อหลินได้เลย ทำไมถึงช่วยฉันไม่ได้? ฉันน่าสงสารยิ่งกว่าเขาอีก!”“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ! คุณเอาแต่พูดให้คนอื่นฟังว่าตัวเองแต่งงานแล้ว แต่ลับหลังยังไปมีความสัมพันธ์ไม่ชอบมาพากลกับผู้ชายพวกนั้นอีก คราวนี้ที่โรงงานเต้าหู้ ฉันเดาไม่ผิดใช่ไหม? คุณคงอยากรวบผู้ชายทั้งหมดไว้ เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุระของคุณในอนาคตสินะ!”
คำกล่าวหาหยาบคายของอีกฝ่ายทำให้อันจิ่วเม่ยโกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังฟางเจียวเหม่ย เธอตัดสินใจว่าจะไม่เสียเวลาอ่อนน้อมกับคนเช่นนี้อีกต่อไป“ลองพูดใส่ร้ายฉันอีกครั้งสิ!” อันจิ่วเม่ยสวนกลับด้วยน ้าเสียงเด็ดขาดและเต็มไปด้วยความโกรธฟางเจียวเหม่ยคิดจะใช้เรื่องนี้ข่มขู่อันจิ่วเม่ย ไม่กลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น ยังตะโกนเสียงดังว่า “ไม่ใช่หรือไง!? ฉันสงสัยมานานแล้วว่าเธอสองคนมีปัญหาอะไรกัน ก่อนหน้านี้เธอพูดเสียจนปากเปียกปากแฉะว่าเก