มประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “โอ้โห! ฝีมือที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษเชียวนะ พวกเธอจะยอมถ่ายทอดให้คนอื่นจริง ๆ เหรอ? เมื่อไม่กี่ปีก่อน เรื่องแบบนี้ถือเป็นการรับศิษย์อย่างเป็นทางการเลยนะ แถมลูกศิษย์ยังต้องเลี้ยงดูอาจารย์ตอนแก่เฒ่าอีกต่างหาก!”ไป๋ชิงจิ๊ปากไม่หยุด รู้สึกว่าอันจิ่วเม่ยและย่าของเธอช่างเสียสละจริง ๆอันจิ่วเม่ยพยักหน้า พูดอย่างจนใจว่า “ทุกวันนี้ทุกคนลำบากกันการมีอาชีพที่ทำเงินได้เป็นเรื่องดี แต่ต้องระมัดระวังในการเลือกคนย่าของฉันอยากถ่ายทอดฝีมือให้กับคนที่น่าเชื่อถือและจริงใจ”ย่าอันมักจะเสียดายที่ไม่ได้สืบทอดฝีมือการทำเต้าหู้จากแม่เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะถ่ายทอดออกไปก็ไม่สามารถทำธุรกิจส่วนตัวได้ ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปี
หลานสาวเป็นคนมีความสามารถ แต่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แม้จะทำเป็นแต่ก็คงไม่ทำตลอดไป ตัวย่าเองอยากหาคนที่จะยึดมั่นทำต่อไปเพื่อถ่ายทอดฝีมือไม่จำเป็นต้องทำให้รุ่งเรืองอะไร แค่คิดว่าฝีมือของแม่จะเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น ก็เพียงพอแล้วดังนั้นเมื่ออันจิ่วเม่ยเอ่ยถามความคิดเห็นของย่าอันในตอนแรกย่าก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยสองสามีภรรยาที่นั่งฟังอยู่พยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น “เป็นความคิดที่ดีมาก! เรื่องแบบนี้ควรปล่อยให้ย่าเธอเป็นคนเลือกศิษย์เอง จะได้เลือกคนที่ถูกใจจริง ๆ”เหวินฟู่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ย่าของเธอมอบให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ช่วยให้หมู่