อันจิ่วเม่ยไม่ใช่ว่าไม่สังเกตเห็นสายตาที่จับจ้องมาที่ตัวเอง แต่เห็นว่าอีกฝ่ายอารมณ์ไม่ค่อยดี จึงไม่อยากไปถือสาอะไรอันหนิงเหอช่วยอันจิ่วเม่ยจัดวางอาหารลงอย่างเป็นระเบียบอาหารยังคงร้อนอยู่ และดูออกได้ทันทีว่าเป็นอาหารที่ซื้อมาจากร้านอาหารของรัฐเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เธออดรู้สึกไม่ได้ว่าอันจิ่วเม่ยช่วยเหลือพวกเธอมากเกินไปแล้ว เมื่อวานก็พาไปกินที่ร้านอาหารของรัฐ วันนี้ยังซื้อมาให้อีกค่าใช้จ่ายแบบนี้ถือว่าสูงมากสำหรับยุคนี้ อันหนิงเหอรู้สึกเกรงใจและคิดว่าอันจิ่วเม่ยอาจเสียสละให้พวกเธอมากจนเกินไป“จิ่วเม่ย อย่าสิ้นเปลืองเงินแบบนี้อีกเลยนะ พวกเราซื้ออาหารจากโรงอาหารในโรงพยาบาลมากินก็ได้เหมือนกัน เธอฟังคำป้าสิ ไม่งั้นป้าจะรู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ”แต่เดิมเธอตั้งใจว่าจะรอให้คนเตียงข้าง ๆ ทะเลาะกันเสร็จแล้วค่อยไปซื้ออาหารที่โรงอาหาร ใครจะรู้ว่าพวกเขาทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้นจนถึงตอนนี้อันจิ่วเม่ยยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอกป้า แค่กินสองมื้อเอง ฉันมีเงินนะ พี่ชายบาดเจ็บต้องบำรุงร่างกาย พวกเราก็ถือว่าได้รับความเมตตาจากพี่ชายด้วย”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แต่เดิมทั้งครอบครัวรู้สึกหดหู่เพราะลูกชายคนโตบาดเจ็บ แต่พออันจิ่วเม่ยพูดแบบนี้ กลับรู้สึกเหมือนเคราะห์ซ ้ากลายเป็นดีไปเสียอย่างนั้นขณะที่กำลังกินอาหารอร่อย ทุกคนในครอบครัวลืมเรื่องครอบครัวที่กำลังทะเลาะกันอยู่ข้าง ๆ ไปเลย ผู้หญิงครอบค