้ที่ยอมให้แต่ผู้มีอำนาจทำผิดแต่ไม่ยอมให้ประชาชนทำถูก แถมยังกลับมาตำหนิเราอีก ควรจะถูกตัดสินอย่างไร”“พูดได้ดีมาก!” คุณลุงคนหนึ่งที่สวมชุดคนไข้ก้าวออกมาพูดว่า“ครอบครัวนี้เข้ามาอยู่โรงพยาบาลวันเดียวกับผม ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผู้หญิงคนนี้ก็ด่าลูกตลอด บ่นว่าทำไมลูกถึงป่วย ทำให้เธอลำบาก ด่าติดต่อกันหลายวัน วันนี้หมอบอกว่าต้องต่อค่ารักษา แม่สามีส่งเงินมาให้ แต่เธอกลับไม่ยอมใช้เงินกับลูก แล้วทะเลาะกับแม่สามีเลย! แม้แต่เสือยังไม่กินลูก แต่แม่คนนี้ช่างเป็นคนที่โหดร้ายจริงๆ”
“ฉันยินดีเป็นพยานให้เธอ!” เมื่อคุณลุงเอ่ยปาก คนอื่น ๆ ก็พากันออกมา ทุกคนล้วนอยู่ฝ่ายอันจิ่วเม่ยผู้หญิงคนนั้นเริ่มตกใจ ร้องไห้ไม่ออกแล้ว มองแม่สามีอย่างไร้ทางออก หวังว่าแม่สามีจะช่วยตัวเองแม้แม่สามีจะรังเกียจ แต่อย่างไรเธอก็เป็นแม่ของหลานชายสองคน จึงก้าวออกมาขอโทษอันจิ่วเม่ยและครอบครัวแทนเธอ กล่าวว่า“ฉันต้องขอโทษจริง ๆ ลูกอยู่โรงพยาบาลมาตลอด เธอไม่สามารถไปทำงานได้ ทุ่มเทความคิดทั้งหมดให้กับลูก ในใจคงรู้สึกไม่สบายใจบ้าง ขอให้พวกคุณเข้าใจด้วย”“นี่เป็นผลไม้ที่ฉันเอามา หวังว่าพวกคุณจะไม่รังเกียจ”เธอยื่นส้มสามสี่ลูกให้อันจิ่วเม่ย แต่เธอไม่รับ ถอยหลังก้าวหนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ให้เด็กกินเถอะ”อันจิ่วเม่ยไม่ได้เลวถึงขนาดจะแย่งอาหารกับเด็ก เด็กน่าสงสารพออยู่แล้วแม่ของเด็กเห็นว่าเธอไม่ต้องการแม้แต่ผลไม้ จึงถามอย่างบ้าคลั่งว