ั่วบ้านทั้งหลังตอนที่พวกเขาชงให้เด็ก ๆ ดื่ม ยังต้องใส่อย่างประหยัดไม่กล้าใช้ในปริมาณมาก แต่แก้วที่พวกเขากำลังดื่มจากกระติกน ้านี้กลับเข้มข้นและหอมหวานยิ่งกว่าที่เด็ก ๆ ได้ลิ้มรสเมื่อคืนเสียอีกรสชาติที่นุ่มละมุนและกลิ่นหอมของนมข้าวบาร์เลย์แผ่ซ่านไปทั่วริมฝีปากและลิ้น ทำให้ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงด้วยความสุขโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่นานพวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่ากำลัง “ทำลาย” ของดีอยู่
ด้วยความรู้สึกผิดปนเสียดาย พวกเขารีบส่งกระติกน ้าคืนให้อันจิ่วเม่ย พลางบอกเสียงหนักแน่นว่าไม่ดื่มอีกแล้วอันจิ่วเม่ยได้แต่ยิ้มพร้อมส่ายหน้าเบา ๆ เธอรู้สึกจนปัญญา นี่เป็นแค่นมข้าวบาร์เลย์ธรรมดาเอง ไม่ใช่นมผงราคาแพงเสียหน่อยแต่สำหรับสองสามีภรรยาน ้าใจเล็ก ๆ ของเธอกลับมีความหมายมากมายจนแทบทำให้พวกเขาร้องไห้ด้วยความสุขเฮ้อ… ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะความยากจนที่กัดกร่อนชีวิตคนด้วยความคะยั้นคะยออย่างจริงจังของอันจิ่วเม่ย ในที่สุดสองสามีภรรยาก็ยอมดื่มนมข้าวบาร์เลย์อีกอึกหนึ่งอย่างเสียไม่ได้ อันจิ่วเม่ยจึงยิ้มพอใจและเก็บกระติกน ้ากลับเข้าไปเธอหันมาชวนทั้งสองคนไปหาที่พักผ่อน แต่ยังไม่ทันขยับไปไหนประตูห้องตรวจกลับเปิดออก หมอในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมา ทุกคนที่รออยู่รีบลุกขึ้นและก้าวเข้าไปหาด้วยความกระตือรือร้น…“คุณหมอครับ ขาของลูกชายผมยังรักษาได้ไหมครับ?”ฉีเหวินหยางมองหมออย่างร้อนรน อยากจะดึงแขนเสื้อหมอ แต่เมื่อมองดูเสื้อกาวน์