มีค่าอะไรเลย เมื่อเทียบกับความช่วยเหลือครั้งนี้ของอันจิ่วเม่ยที่มีค่ามากกว่าย่าอันก็มีน ้าตาคลอเบ้า เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่หลานสาวเต็มใจช่วยเหลือญาติทางบ้านเกิดของเธอ แม้จะไม่ค่อยได้ติดต่อกัน แต่หลานสาวคนนี้ก็เป็นคนใจดี ส่วนลูกชาของเธอก็เป็นเด็กดี หากต้องพิการขาไปข้างหนึ่ง ครอบครัวของหลานสาวจะต้องลำบากแค่ไหนเธอไม่กล้าคิดต่อไปเลย“ป้าหนิงเหอ อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว”อันหนิงเหอพยักหน้าอย่างปลื้มใจ แล้วรีบลุกขึ้นบอกว่าจะกลับแล้ว เส้นทางกลับบ้านเปลี่ยว หากมืดค ่าแล้วต้องเดินทางตอนกลางคืนจะยิ่งอันตราย ออกเดินทางเร็วก็จะถึงบ้านเร็วขึ้น“ป้าคะ อย่าเพิ่งรีบ ดื่มนมข้าวบาร์เลย์ก่อนนะคะ ฉันจะไปหยิบของให้ป้าเอากลับไปให้หลาน ๆ กินค่ะ!”พูดจบ เธอก็ลุกเข้าบ้านไปโดยไม่รอให้ป้าหนิงเหอได้พูดอะไร
อันหนิงเหอรู้สึกตัวแล้วรีบบอกว่าไม่ต้อง เตรียมจะลุกหนี แต่ย่าอันไวกว่า รีบคว้ามือหลานสะใภ้ไว้ทัน พูดว่า “นี่เป็นน ้าใจของอันจิ่วเม่ย เธอรับไว้เถอะ!”อันหนิงเหอรู้สึกสะเทือนใจอีกครั้ง พูดกับย่าอันว่า “น้า อันจิ่วเม่ยเป็นเด็กดีจริง ๆ น้าโชคดีแล้วล่ะ!”ย่าอันก็รู้สึกจมูกแสบร้อน เธอพยักหน้าพลางยิ้ม ใช่…ชีวิตที่ยากลำบากก็ผ่านพ้นไปแล้วอันจิ่วเม่ยเข้าไปในบ้านแล้วหยิบนมผงสองกระป๋อง ลูกอมผลไม้หนึ่งห่อ ขนมลูกท้อหนึ่งห่อ ขนมปังกรอบหนึ่งห่อ และผ้าหนึ่งพับที่เพิ่งซื้อมา บรรจุลงในตะ