กร้าจนเต็ม แล้วจึงออกมาส่งให้ป้าหนิงเหอทั้งหมดอันหนิงเหอมองดูแวบหนึ่ง ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอปฎิเสธที่จะไม่รับของจนเกือบจะร้องไห้ออกมาเธอมาขอยืมเงินเพื่อพาลูกไปหาหมอเพราะหมดหนทางแล้ว ไม่ได้มาขอทานอะไร ไม่ว่าจะพูดยังไงอันจิ่วเม่ยก็แต่งงานไปแล้ว ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป อันจิ่วเม่ยจะอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้อย่างไรย่าอันก็ประหลาดใจที่หลานสาวใจกว้างเช่นนี้ รู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่คือญาติทางบ้านเกิดของเธอ ที่จริงแล้วเธอควรจะช่วยเหลือเองแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย ต้องพึ่งพาหลานสาวคนเดียวแบกรับทั้งหมด“ป้าหนิงเหอค่ะ อย่าปฏิเสธฉันเลยนะคะ ยังไงฉันก็เป็นป้าของพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเอาของมาฝากหลาน ๆ ก็ต้องเอาของดีๆ มาสิคะ อย่าพูดอะไรมากเลย มา ฉันจะขี่จักรยานไปส่งป้าสักครึ่งทาง จะได้ไม่ต้องแบกของหนัก ๆ พวกนี้”อันจิ่วเม่ยสามารถขี่จักรยานพาป้าหนิงเหอเข้าไปในป่าได้ ส่วนที่ไม่สะดวกขี่จักรยาน ป้าก็ต้องเดินกลับเองเมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยไปเข็นจักรยานแล้ว ย่าอันก็พูดเกลี้ยกล่อมอีกสองสามประโยค ในที่สุดอันหนิงเหอก็ไม่ปฏิเสธอีก คิดแต่เพียงว่าจะพยายามตอบแทนอันจิ่วเม่ยในอนาคต จะไม่ยอมให้เธอเสียเปรียบเด็ดขาดอันจิ่วเม่ยขี่จักรยานไปส่งป้าหนิงเหอแล้ว คนในหมู่บ้านหลายคนเห็น โดยเฉพาะเห็นตะกร้าที่เต็มไปด้วยของดี ๆ ก็รู้สึกอิจฉาแต่แล้วชาวบ้านปากมากคนหนึ่งก็หาโอกาสไปบอกเรื่องกับลี่เฟย โดยพูดใส่สีเติมไข่ว่า อั