รยานได้ยินทุกคำอย่างชัดเจนทันทีที่เธอหันมองภาพตรงหน้า หัวใจของเธอก็เดือดพล่านด้วยโทสะ“หยาบคายเกินไปแล้ว!” อันจิ่วเม่ยตะโกนพร้อมก้าวยาว ๆ เข้ามา เธอไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว มือเรียวกระชากผมของลี่เฟยอย่างแรง ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรงที่ใบหน้าของอีกฝ่าย เสียงดัง‘เพียะ!’ เสียงดังสะท้านไปทั้งบริเวณชิวหรงและลี่เฟยที่ยืนอยู่ด้วยกันถึงกับนิ่งงัน ตกใจจนตัวแข็งราวกับถูกตรึงไว้ ความเงียบที่ตามมาหลังเสียงตบดังก้องนั้นชวนให้อึดอัด คล้ายทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งในความตึงเครียดครู่ต่อมา อันจิ่วเม่ยหันมาทางชิวหรง แม่สามีตัวแสบของเธอพร้อมรอยยิ้มบางที่ดูจะไม่ได้มีความจริงใจนัก“แม่คะ ครอบครัวเราก็นับเป็นหนึ่งในครอบครัวที่มีหน้ามีตาของหมู่บ้าน แล้วทำไมถึงได้มีลูกสะใภ้ที่ไร้มารยาทแบบนี้ล่ะคะ?”น ้าเสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเหน็บแนม “ถ้าปากของเธอยังคงพูดจาเหลวไหลไปทั่วแบบนี้ วันหนึ่งไม่แค่ตัวเธอหรอกค่ะที่จะเดือดร้อน ครอบครัวเราทั้งหมดจะต้องพลอยลำบากไปด้วย!แล้วถ้าทำให้หลี่เจียเฟิ่งต้องเสียงานเสียการ ใครจะหาเงินมาเลี้ยงดูแม่กับพ่อในบั้นปลายชีวิต?”
เธอหยุดครู่หนึ่ง มองลี่เฟยด้วยแววตาคมกริบก่อนเอ่ยต่อ“ลูกสะใภ้แบบนี้ ปากจัด ใจดำ ช่างเป็นตัวอย่างที่น่าเศร้าจริง ๆ ว่าไหมคะแม่?”ทุกครั้งที่เจอแมย่หลี่เจียเฟิ่ง อันจิ่วเม่ยจะพูดเรื่องหลี่เจียเฟิ่งและเงินค่าเลี้ยงดูของเธอ ชิวหรงสนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง วิ