ัวใจที่แข็งกร้าวของเธอมีไว้สำหรับซื่อหงและตระกูลหลี่เท่านั้นส่วนญาติอย่างป้าอันหนิงเหอที่หวังดีกับพวกเธอจริง ๆ และสามารถคบหากันต่อไปได้ ถ้าช่วยได้เธอก็ควรช่วยสักหน่อยคิดแบบนี้แล้ว เธอจึงเอ่ยปากพูดว่า “ป้าค่ะ ที่บ้านเจอเรื่องยากลำบากอะไรหรือเปล่าคะ?”เมื่อเธอพูด เธอก็ยังคำนึงถึงความรู้สึกของป้าน ้าเสียงอ่อนโยนขึ้นมาก แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลั้นน ้าตาไว้ไม่อยู่
“จิ่วเม่ย ป้าหมดหนทางจริง ๆ ถึงได้มาขอความช่วยเหลือจากเธอ…”อันหนิงเหอพูดพลางเช็ดน ้าตา เสียงสะอื้น แทบจะคุกเข่าให้หลานสาวแต่อันจิ่วเม่ยรีบพยุงเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พูดว่า“ป้าพูดอะไรอย่างนั้นคะ? พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ตั้งแต่เด็กคุณป้าช่วยเหลือฉันกับย่ามากกว่าใคร ฉันจำความดีนี้ได้เสมอตอนนี้หนูกับย่ามีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าครอบครัวมีปัญหา การช่วยเหลือก็เป็นสิ่งที่ควรทำ”เมื่อได้ยินว่าอันจิ่วเม่ยไม่ปฏิเสธที่จะช่วย อันหนิงเหอถอนหายใจด้วยความโล่งอก นั่งลงแล้วเช็ดน ้าตาพูดว่า “เมื่อวานซืนลูกพี่ลูกน้องของเธอไปล่าสัตว์บนภูเขา พลาดท่าหักขา ตอนนี้ยังนอนหมดสติอยู่ที่สถานีอนามัย หมอบอกให้ส่งไปโรงพยาบาลในเมืองรักษา ไม่งั้นขาจะพิการ… พวกเราอยากส่งเขาไปรักษาในเมือง แต่เงินในมือไม่พอ…”หมู่บ้านไป๋หยุนห่างไกลกว่าหมู่บ้านหนานเทียนมาก อยู่ห่างไกลและอันตราย บนภูเขามักมีสัตว์ร้ายออกมา ชาวบ้านจึงไม่ออกจากหมู่บ้านถ้าไม่จำเป็น ไม่สะดวกในการเดินทาง บางครั