รอยยิ้มบนใบหน้าของเว่ยป๋อหลินเริ่มเกร็ง ก็แค่สัตว์สามตัวเท่านั้น ยังรู้ด้วยหรือว่าไม่ควรกินของที่คนแปลกหน้าให้?อีกอย่าง เขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้านี่ ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอกันหลายครั้งแล้ว!แต่ปากกลับยิ้มแล้วพูดว่า “สหายอันเลี้ยงได้ดีจริง ๆ เลี้ยงสุนัขสองตัวให้ฉลาดขนาดนี้!”“อืม แล้วคุณมีธุระอะไร?”อันจิ่วเม่ยมองเขาอย่างไม่ค่อยมีความอดทน รู้สึกว่าการปรากฏตัวของคนคนนี้ในตอนนี้คงไม่ได้มีเจตนาดีอะไรเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความอดทนเช่นนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าเว่ยป๋อหลินก็แข็งค้างไปชั่วขณะ แล้วจึงพยายามอดทนก่อนจะเอ่ยปากว่า“ผมมาก็เพื่อจะขอโทษสหายอัน การกระทำของผมก่อนหน้านี้มันหยาบคายเกินไป ผมล่วงเกินสหายทำให้สหายไม่พอใจและสร้างความยุ่งยากให้ ผมรู้สึกเสียใจมาก”“ผมมาถึงหมู่บ้านนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านนี้แล้ว สหายอันได้ทำคุณประโยชน์ให้กับหมู่บ้านนี้มากมาย ผมชื่นชมสหายอันมากและรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่ผมเคยทำไป นี่คือน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผม หวังว่าสหายจะรับไว้”
พูดจบ เขาก็หยิบนาฬิกาข้อมือออกมานี่เป็นนาฬิกาข้อมือของเขาเอง เป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อของเขาซื้อให้เมื่อปีที่แล้ว แต่เดิมเขาเสียดายที่จะให้ไป แต่คิดว่าถ้าเสียดายลูกก็จะจับหมาป่าไม่ได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจหยิบออกมาเพราะเขาคิดว่าถ้าได้อันจิ่วเม่ยมาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะเป็นของเขาทั้งหมด นาฬิกาเรือนนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเขาคิดว่าการที่เขาหยิบนาฬิกาเ