ฟังจากที่อันจิ่วเม่ยพูดมาเหมือนจะให้เขาเดินไป จากที่นี่ไปในเมืองไกลขนาดนั้น ถ้าเขาเดินไปคงต้องใช้เวลาทั้งวันแน่ ๆ!“สหายอัน ในหมู่บ้านยุ่งขนาดนี้ ผมเสียเวลาไปกับการเดินทางคงไม่ดีแน่ ไม่เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณให้ผมยืมจักรยานไปสักหน่อย ผมจะไปแป๊บเดียวแล้วกลับมา นอกจากจะประหยัดเวลาแล้วยังกลับมาช่วยงานต่อได้ด้วย”ถ้ามีจักรยาน การไปสักรอบก็ไม่เป็นไร กลับมาก็ยังสามารถสร้างโอกาสติดต่อกับอันจิ่วเม่ยได้อีกแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับเจอกับดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ อันจิ่วเม่ยพูดว่า “แบบนั้นไม่ได้หรอก จักรยานคันนั้นสามีฉันซื้อให้ฉัน เป็นสินสอดตอนแต่งงานของพวกเรา จะให้ยืมคนอื่นไปส่ง ๆ ได้ยังไง? ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นจักรยานผู้หญิง ไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างคุณหรอก คุณเดินไปเถอะ”
ล้อเล่นหรือไง อันจิ่วเม่ยแค่อยากจะส่งเขาไปให้พ้นๆ จะให้ยืมจักรยานได้ยังไง?สมัยนี้จักรยานแพงขนาดไหน ไม่ใช่ว่าบ้านไหนก็ซื้อได้ ยิ่งไม่ใช่ว่าบ้านไหนก็เต็มใจจะให้คนอื่นยืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว่ยป๋อหลินแค่เป็นชาวหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ ทุกคนยังไม่รู้จักเขาดีพอ ย่อมไม่มีทางให้ยืมแน่นอนเว่ยป๋อหลินทำหน้าบึ้ง “ผมกำลังช่วยงานหมู่บ้านนะ คุณจะไม่ให้ยืมจริง ๆ เหรอ?”อันจิ่วเม่ยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดประโยคนี้ขึ้นมาจนรู้สึกโมโห “ใครบ้างที่ไม่ได้ช่วยงานหมู่บ้าน? ถ้าคุณไม่เต็มใจ ก็ไปบอกผู้นำหมู่บ้านให้เปลี่ยนคนมาแทนสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าท