ั้งหมู่บ้านจะหาคนมาช่วยฉันซื้อของไม่ได้สักคน”ไม่รู้สึกว่าการใช้งานเขามีอะไรผิด ก็เป็นผู้นำหมู่บ้านที่จัดการมาแต่แรก ถ้าไม่พอใจก็ไปบอกผู้นำหมู่บ้านโดยตรงได้อีกอย่าง ตอนมาใหม่ๆ ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ใช่หรือ ทำไมพอได้รับมอบหมายงานก็เปลี่ยนสีหน้าไป คิดว่าที่นี่เป็นที่ไหนกัน?เว่ยป๋อหลินไม่มีความรู้สึกเรื่องขอบเขตกับเธออยู่แล้ว ถ้าไม่จัดการให้อยู่ห่าง ๆ หน่อย เผลอ ๆ อาจจะมีข่าวลือไม่ดีออกมา นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
เว่ยป๋อหลินเห็นอันจิ่วเม่ยเปลี่ยนสีหน้า ก็รู้ตัวว่าไม่ควรขัดใจเธอตลอด จึงกลั้นความหงุดหงิดในใจไว้ แล้วพูดกับเธอว่า “ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น แค่คิดว่าถ้ามีจักรยานอาจจะเร็วขึ้น เพราะในหมู่บ้านยังมีงานอื่น ๆ อีก”อันจิ่วเม่ยยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร งานของคุณวันนี้ก็แค่ไปซื้อของพวกนี้ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว คุณวางใจได้”เว่ยป๋อหลินมีคำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอ โมโหจนไม่รู้จะพูดอะไรดี สุดท้ายก็ได้แต่หันหลังไปหาผู้นำหมู่บ้านเพื่อขอเงินและเล่าเรื่องการยืมจักรยานไปด้วยแม้บ้านของผู้นำหมู่บ้านไม่มีจักรยาน แต่ถ้าท่านออกหน้าครอบครัวในหมู่บ้านที่มีจักรยานก็จะให้ยืมทั้งนั้น แต่ว่า…เมื่อเหวินฟู่รู้ว่าอันจิ่วเม่ยไม่ให้เว่ยป๋อหลินยืมจักรยาน ก็รู้ว่าอันจิ่วเม่ยไม่ชอบหน้าเจ้าหนุ่มคนนี้ เขาเองก็ได้ยินเรื่องความขัดแย้งระหว่างอันจิ่วเม่ยกับเว่ยป๋อหลินมาบ้าง ได้แต่คิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่รู้จักกาลเทศะเ