นน ้าตกแล้วเนี่ย! แค่คิดว่าจะได้กินน ้าพริกเห็ดฝีมือของพี่สะใภ้ เกิดมาชาตินี้ผมก็ไม่เสียใจแล้ว” โจวอี้เฉินพูดเสริมทำท่าทางเว่อร์วังจนหลี่เจียเฟิ่งอดส่ายหัวให้กับความไร้สติของลูกน้องไม่ได้ประวัติศาสตร์ซ ้ารอยอีกครั้ง หลี่เจียเฟิ่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์‘มหากาพย์เนื้อผัดพริก’ ที่ผ่านมา เมื่อสามนักชิมตัวยงนี้ทำเหมือนเดิมไม่มีผิด – ตักข้าวมาแล้วไม่แตะ รอจังหวะเหมือนเสือซุ่มทราย พอหลี่เจียเฟิ่งเปิดฝาโหล พวกเขาก็พุ่งเข้ามาเหมือนลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันธนู!ด้วยความระลึกถึงคำสั่งเด็ดขาดของอันจิ่วเม่ยในจดหมาย ที่ย ้าชัดว่า ‘อย่ากินคนเดียวนะ!’ หลี่เจียเฟิ่งจึงจำใจแบ่งปันความอร่อย ตักให้พวกเขาคนละช้อนน้อย ๆแต่แค่นิดเดียวเท่านั้น! ทั้งน ้ามัน พริกและเห็ดรวมกันได้แค่ช้อนจิ๋ว แต่สองหนุ่มนักชิมกลับยิ้มกว้างเหมือนถูกรางวัล รีบคลุกข้าวแล้วตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าอาหารจะวิ่งหนีไปไหน
“โอ้โห! ผู้กอง!” หนึ่งในทหารอุทาน “เห็ดบ้านผู้กองนี่รสชาติดีจริง ๆ ทำเป็นน ้าพริกแล้วยังหอมฟุ้งขนาดนี้!”อีกคนรีบเสริม “ภรรยาคุณนี่ฝีมือทำอาหารเยี่ยมจริง ๆ เลยนะครับ! มีอะไรที่เธอทำไม่เป็นบ้างเนี่ย?”“ผู้กองโชคดีสุด ๆ ที่ได้ภรรยาแบบนี้” คนแรกพูดต่อ “ถ้ามีโอกาส ต้องแนะนำให้พวกเรารู้จักนะครับ พวกเราพร้อมจะคุกเข่าขอเป็นลูกศิษย์ทันที”“ผู้กองหลี่! เอางี้เป็นไง” อีกคนเสนอไอเดียสุดบรรเจิด “เมื่อไหร่ภรรยาผู้กองจะย้ายมาอย