ู่ในค่ายทหารบ้างล่ะครับ? ผมขอสมัครเป็นลูกค้าประจำ จ่ายค่าอาหารไปกินที่บ้านคุณทุกวันได้ไหม?”หลี่เจียเฟิ่งพยายามทำเป็นไม่สนใจคำพูดไม่หยุดหย่อนของสามหนุ่มนักชิม แต่ลึก ๆ ในใจก็ยังอดคิดถึงอันจิ่วเม่ยไม่ได้ เขาแอบสงสัยว่าเด็กสาวคนนั้นจะยอมละทิ้งความสะดวกสบายที่บ้านเพื่อมาอยู่ในค่ายทหารที่แสนอึดอัดนี้จริง ๆ หรือ?“คงไม่ยอมมาหรอกมั้ง…” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ใบหน้าเศร้าสร้อย สายตาเหม่อลอย หลี่เจียเฟิ่งรู้ดีว่าอันจิ่วเม่ยมีความฝันที่อยากจะทำตาม หากมาอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ อิสรภาพของเธอคงต้องถูกจำกัดไว้ ซึ่งนั่นไม่ใช่ชีวิตที่เหมาะกับเธอเลย
หลี่เจียเฟิ่งพยายามสลัดความคิดนี้ทิ้ง คิดในใจว่า ‘ไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง’ แต่ลึกๆ ก็ยังหวังให้เธอประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวเล็ก ๆ ที่อยากให้เธออยู่ใกล้ๆทันใดนั้นเขาก็สะดุ้งเฮือก “ฉันคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?” เขาถามตัวเองอย่างสับสน การแต่งงานครั้งนี้เขาถูกบังคับ แล้วทำไมถึงคอยคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ตลอด?เขารู้สึกประหลาดใจกับความคิดในใจของตัวเอง และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งถือชามข้าวยิ้มเหม่อลอยอยู่ รีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึก ไม่อยากให้เพื่อนร่วมห้องจับสังเกตอาการแปลกๆ นี้ได้ขณะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ลูกน้องของหลี่เจียเฟิ่งรีบไปเปิด เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็ยืนตรงทำความเคารพทันที “สวัสดีครับท่านผู้บังคับการ!”เมื่อหลี่เจียเฟ