อันจิ่วเม่ยกำลังจะกล่าวลาคุณปู่พอดีกับที่ลู่เหอเดินกลับมาจากการขายของ เขาถือถุงสัมภาระในมือ ใบหน้าแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อย“กลับมาแล้วเหรอคะ พี่ลู่เหอ” อันจิ่วเม่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม“วันนี้ขายของเป็นยังไงบ้าง?”“สวัสดีจิ่วเม่ย มาซื้อของในเมืองเหรอ?” ลู่เหอยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง ตอนนี้เขาเริ่มชินกับการมาเยี่ยมของอันจิ่วเม่ยแล้ว“ใช่ค่ะ วันนี้ฉันเอาผักไปให้ร้านสหกรณ์ แล้วก็แวะเอาผักสดมาฝากคุณปู่กับพี่ลู่ด้วย” เธอตอบพร้อมยื่นผักให้เขา“ดีจริง ๆ ผักสดในเมืองนี้หายากมาก ขอบคุณมากนะ” ลู่เหอกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจอันจิ่วเม่ยยิ้มรับ ก่อนถามด้วยน ้าเสียงห่วงใย “แล้วช่วงนี้ขายของเป็นยังไงบ้างคะ? ได้ยินว่าช่วงนี้รัฐตรวจเข้มกว่าปกติ”
ลู่เหอถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนตอบ “ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่ต้องระวังมากกว่าเดิมจริง ๆ ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะจับตามองหนักขึ้น ต้องรีบขายให้เสร็จเร็วขึ้นด้วย”อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับทราบ เธอสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพราะเท่าที่จำได้ ในนิยายที่เธออ่านไม่มีการลงลึกในส่วนนี้ การรู้ข้อมูลจากคนที่อยู่ในวงการจริง ๆ ย่อมมีประโยชน์ และลู่เหอเองก็เป็นพ่อค้าตลาดมืดที่รู้สถานการณ์ปัจจุบันดีกว่าใครเมื่อพูดคุยเสร็จ อันจิ่วเม่ยก็หยิบวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ได้จากคุณปู่ใส่ลงในตะกร้า ก่อนกล่าวลา “พี่ลู่ ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ”จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็เอ่ยลาคุณปู่และลู่เหอ ก่อนจะแวะสหกรณ์อีกครั้