านของย่าหลานคู่นี้กำลังอบอุ่น ทางฝั่งบ้านพักของเหล่ายุวชนผู้มีการศึกษากลับวุ่นวายไม่แพ้กัน ผู้นำหมู่บ้านพยายามจัดที่พักให้ แต่ก็ไม่ถูกใจสักอย่าง บ้างก็บ่นว่าคนเยอะเกินไป อยู่ไม่สบาย ราวกับว่าพวกเขากำลังมาพักในโรงแรมห้าดาวอย่างไรอย่างนั้นเสียงบ่นดังระงมไปทั่ว ‘บ้านโทรมจนอยู่ไม่ได้!’ ‘อยากย้ายไปที่อื่น!’ เหล่ายุวชนจากเมืองกรุงพากันโวยวายเหวินฟู่ที่คิดว่าเรื่องจะไม่ยุ่งยากขนาดนี้ ถึงกับหน้าบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด “หมู่บ้านจัดการให้แค่นี้แหละ! ไม่ชอบก็ไปอยู่บ้านชาวบ้านสิ แต่ต้องจ่ายค่าเช่านะ ไปตกลงกันเองเลย!” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่ต้องจัดการกับพวกเด็กในเมือง ผู้นำหมู่บ้านรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้กลืนยาขม พวกเขาช่างเอาแต่ใจและไม่เคยชินกับอะไรเลย บางคนถึงขั้นกล้าดูถูกหมู่บ้านตรง ๆ ทำเอาเหวินฟู่โกรธจนหน้าแดงก ่าทุกที
วันรุ่งขึ้นภรรยาหมู่บ้าน นำผักกาดดองมาให้อันจิ่วเม่ยหนึ่งชามพลางบ่นอุบ“เฮ้อ! พวกเด็กเมืองนี่น่าปวดหัวจริง ๆ เมื่อคืนก็วุ่นวายจนไก่โห่มีแค่สองคนที่ยอมรับสภาพ ที่เหลือก็งอแงจะย้ายไปอยู่บ้านชาวบ้านแต่ใครจะอยากรับคนพวกนี้เข้าบ้านล่ะ? มันก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ ”ไป๋ชิงมองหน้าอันจิ่วเม่ยด้วยความชื่นชม “ทำไมเธอถึงรู้ความขนาดนี้ แต่คนอื่นกลับวุ่นวายนัก? แบบนี้จะช่วยพัฒนาชนบทได้ยังไงกัน?”“ก็ไม่แน่นะคะ” อันจิ่วเม่ยตอบ “บางบ้านอาจจะยินดีรับพวกยุวชนไว้ก็ไ