ใจและจิตอาสาของหมิ่นเหลียนซินที่กล้ามาช่วยพัฒนาชนบทแต่ยังไม่ทันได้ปิดประตูอันจิ่วเม่ยก็พบว่าเว่ยป๋อหลินยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เธอจึงต้องถามอย่างระมัดระวัง “คุณมีธุระอะไรอีกรึเปล่า?”เว่ยป๋อหลินยิ้มเขิน ๆ เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากรบกวนสหายหรอกนะครับ แต่เพราะเพิ่งมาถึง ยังไม่รู้จักใคร
เลย กลัวว่าจะไปเจอห้องเช่าที่ไม่ดี สหายพอจะช่วยแนะนำครอบครัวที่ไว้ใจได้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?”เขามาถึงบ้านของอันจิ่วเม่ยด้วยมือเปล่า ไม่คิดจะนำของฝากติดมือมาด้วย ในใจเต็มไปด้วยความมั่นใจในฐานะที่ตัวเองเป็นยุวชนคนสำคัญของหมู่บ้าน จึงคิดว่าการขอความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองใด ๆ ให้มากความ“ขอโทษนะแต่ฉันไม่รู้จักหรอก” พูดอย่างไม่รู้สึกผิดอันจิ่วเม่ยกลอกตามองบนอย่างเหลืออด คิดในใจว่า ‘ไอ้บ้านี่คิดว่าฉันโง่หรือไง จะมาขอให้ช่วยแก้ปัญหายุ่งยากแบบนี้’เธอรำพึงต่อ ‘ทุกบ้านมีเรื่องราวซับซ้อน คนนอกอย่างฉันจะไปรู้อะไร แถมยังไม่รู้ว่าเขาต้องการที่อยู่แบบไหนกันแน่ จะไปวุ่นวายช่วยทำไมให้เหนื่อย ถ้าทำจริงๆ ก็คงเป็นคนโง่สุดๆ แล้ว’อันจิ่วเม่ยพูดพลางจะปิดประตูใส่หน้า เว่ยป๋อหลินอย่างไม่ไว้หน้า“รอก่อน!” เว่ยป๋อหลินร้องลั่นพลางใช้มือทั้งสองยันประตูไว้สุดแรง ไม่ยอมให้อันจิ่วเม่ยปิดประตูใส่หน้า“สหายอัน เราก็รู้จักกันมาสักพักแล้วนะ ช่วยผมหน่อยเถอะ! ได้ยินสหายอันเพิ่งจะแต่งงานและบ้าน