ซินยืดอกภูมิใจ ขณะที่คนอื่น ๆ ทำหน้าเขิน ๆอันจิ่วเม่ยตัดสินใจเข็นจักรยานเดินนำทางกลับหมู่บ้านพร้อมกับพวกเขา ระหว่างทางหลายคนเริ่มหมดแรง ต้องหยุดพักบ่อย ๆ ก่อนจะฝืนเดินต่อ เป็นการเดินทางที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน!ในช่วงแนะนำตัวอันจิ่วเม่ยได้เรียนรู้เรื่องราวของเพื่อนร่วมทางแต่ละคน ราวกับกำลังดูละครชีวิตที่น่าสนใจหมิ่นเหลียนซินและเว่ยป๋อหลินคือวีรสตรีกับวีรบุรุษอาสาสมัครลงชนบท แต่เว่ยป๋อหลินดูเหมือนวัวแก่ที่กำลังจะขาดใจ ส่วนหนิงอวี่หรานและจ้าวเฉินซานเป็นเหยื่อของตลาดแรงงานที่โหดร้าย จำต้องลงชนบทเพราะหางานไม่ได้ ขณะที่ฟางเจียวเหม่ยถูกส่งมาเพราะครอบครัวยากจนทุกคนต่างมีความฝันและความหวัง แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อันจิ่วเม่ยมองพวกเขาด้วยความสงสาร คิดในใจว่า ‘พวกนี้ยังเด็กเกินไป’
อันจิ่วเม่ยไม่อยากสนิทสนมกับใคร เพราะกลัวว่าพวกเขาจะทนไม่ไหวแล้วมาพึ่งพาตนในภายหลัง ช่างเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล!การช่วยเหลือครั้งสองครั้งอาจไม่เป็นไร แต่ใครจะอยากถูกตามรบกวนบ่อย ๆ ล่ะ?ขณะที่คนอื่น ๆ เดินจนหอบแฮ่ก ๆ ไม่มีแรงจะพูดจา เว่ยป๋อหลินกลับเป็นข้อยกเว้น เขาหายใจหอบราวกับวัวถูกไล่ต้อน แต่ยังมีแรงคุยกับอันจิ่วเม่ยไม่หยุด ความกระตือรือร้นของเขาทำเอาคนรอบข้างอยากจะกรีดร้องด้วยความอึดอัด!“สหายอัน…”เว่ยป๋อหลินพยายามเค้นคำพูดออกมา “ทำไม..แฮก… ทุกคนยุ่งในทุ่งนา แต่… แต