นะคะ!”คำพูดนี้กลับยิ่งทำให้หลี่เฉินฟู่และชิวหรงโกรธจัด ชิวหรงคว้าชามกระเบื้องใกล้มือแล้วปาใส่อันจิ่วเม่ยทันทีที่เธอก้าวเข้าห้องโถงโชคดีที่เธอหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงได้เลือดตกยางออกแน่แม้จะถูกปฏิบัติอย่างรุนแรง แต่อันจิ่วเม่ยก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอไม่อาจไว้ใจตระกูลหลี่ได้เต็มที่ และไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะแอบเล่นงานเธอลับหลังเมื่อไหร่ เธอจึงต้องหาทางจัดการก่อนที่ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่าไปเธอบีบเสียงให้ฟังดูอ่อนลง ราวกับเด็กที่กำลังสารภาพผิด “ที่หนูทำแบบนี้ก็เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจนะคะ ถ้าเราช่วยแต่คนในครอบครัว พวกเขาก็จะครหาเราไปกันใหญ่…”
เธอถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงสะอื้น “หนูน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะ…แต่พ่อกับแม่อายุมากแล้ว ถ้าวันหนึ่งโดนคนใจร้ายกลั่นแกล้งจะทำยังไงล่ะคะ?”เธอสบตาทั้งสอง สูดลมหายใจลึก พูดต่อด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ“แล้วยังมีหลี่เจียเฟิ่งอีก งานเขาก็เสี่ยงอยู่แล้ว แล้วถ้าตระกูลเรามีชื่อเสียงไม่ดีแล้วผู้บังคับบัญชาของหลี่เจียเฟิ่งรู้เข้า จะทำยังไงคะ?”“หนูไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ อย่างน้อยหนูก็เลี้ยงตัวเองได้ แต่พ่อกับแม่แก่ขนาดนี้แล้ว หลี่เจียเฟิ่งต้องส่งเงินให้ทุกเดือน ถ้าเขาถูกโยงไปพัวพัน ออกไปทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้…”อันจิ่วเม่ยส่ายหน้าด้วยสีหน้าวิตก “หนูไม่กล้าคิดเลยว่าชีวิตพ่อกับแม่จะลำบากแค่ไหน…” เธอปาดน ้าตาตรงหัวตา ดูน่าสงสารราวกับว่าเธอร้องไห้เพราะความทุกข์ใจจริง ๆชิวหรง