มองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน เพราะรู้ดีว่านี่เป็นแค่การแสดงชัด ๆ เห็นอยู่เต็มตาว่าอันจิ่วเม่ยกำลังข่มขู่กลาย ๆ เธอโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะโกนลั่น“แกนังตัวดี! คิดว่าฉันไม่รู้ทันแกเหรอ! ถ้าไม่ใช่เพราะแก ยุแยงจนลูกชายฉันแยกไปตั้งครอบครัวใหม่ ป่านนี้ครอบครัวเรายังคงอยู่กันพร้อมหน้า แกมันนังตัวร้าย วันนี้ยังมาทำดีเอาหน้าอีกงั้นเหรอ!?วันนี้ฉันจะฉีกปากแกให้ได้!”
ชิวหรงพุ่งเข้าใส่หมายจะกระชากผมอันจิ่วเม่ย แต่ฝ่ายนั้นหลบทัน ทำให้ชิวหรงเซถลาไปข้างหน้า เกือบล้มลงด้วยความโมโหจนหายใจแทบไม่ทั่วท้องแต่อันจิ่วเม่ยไม่ยอมแพ้ เธอเงยหน้าพูดเสียงดังลั่นไปทั่วบ้าน “แม่คะ! ทุกอย่างที่หนูทำก็เพื่อครอบครัวนี้ ทำไมแม่ถึงไม่เข้าใจล่ะคะ!”น ้าเสียงของเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจงใจให้เพื่อนบ้านได้ยินว่าพ่อแม่สามีกำลังรังแกลูกสะใภ้ ในเวลาที่ลูกชายไม่อยู่“แกยังมีหน้ามาพูดอีก!” ลี่เฟยแผดเสียง พร้อมทั้งเตรียมพุ่งเข้าไปหาอันจิ่วเม่ยต่อ“พอได้แล้ว! แค่นี้ก็ยังขายขี้หน้าไม่พอรึไง!?” เสียงตวาดดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ชะงักในที่สุดหลี่เฉินฟู่ทนไม่ไหว ต้องอ้าปากพูดออกมา แม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจท่าทางน่าอายของภรรยาแก่ แต่เขาก็ไม่แสดงออก เพียงจ้องมองอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาเย็นชาแล้วถามอย่างตรงไปตรงมา“เธอไม่ต้องมาแสดงละครอะไรทั้งนั้น บอกมาเธอมาที่นี่ทำไม?”ทันทีที่ได้ยินเสียงหลี่เฉินฟู่อันจิ่วเม่ยก็หยุดร้องไห้ราวกับปิดก๊อกเปลี่ยนสีหน้าเร็วย