ไปทำเรื่องไม่ดีเลยเหรอ?”อันจิ่วเม่ยเก็บสำเนาสัญญาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยิ้มตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “ความไว้ใจเป็นสิ่งที่ต้องให้กันและกันนะคะ ผู้นำหมู่บ้านไว้ใจฉันขนาดนี้ ฉันก็ต้องรักษาความไว้ใจนั้นให้ดี”“ท่านหัวกงจิ่นฟานขอให้ความร่วมมือของเราราบรื่นนะคะ!”เธอยื่นมือออกไปก่อน กงจิ่นฟานก็ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี จับมือตอบพลางกล่าว“ขอให้ความร่วมมือของเราราบรื่นเช่นกัน หวังว่าเธอจะไม่ทำให้ความไว้วางใจที่ฉันมีต่อเธอต้องสูญเปล่านะ”“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ!” อันจิ่วเม่ย ตอบกลับอย่างมั่นใจ พลางคิดในใจว่าเกมแห่งความไว้ใจนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเมื่อสิ้นเสียง อันจิ่วเม่ยก็รีบร้อนเก็บกวาดของที่นำติดตัวมา ก่อนจะวางผักสดที่ขอมาจากสวนของผู้นำหมู่บ้านเมื่อเช้านี้ไว้ในห้องทำงานของ กงจิ่นฟานเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง แล้วจึงเดินจากไปด้วยใจที่เบาหวิว ราวกับภูเขาที่ทับอกได้ถูกยกออกกงจิ่นฟานทอดสายตามองกองผักที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“เด็กสาวที่น่าสนใจจริง ๆ หวังว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง” เขาพึมพำกับตัวเองขณะเดียวกันฟางหรูที่ยืนรออยู่ชั้นล่างด้วยความกระสับกระส่ายถึงขนาดไล่ลูกค้าที่มาซื้อของไปยังเคาน์เตอร์อื่นเพราะไม่มีอารมณ์จะต้อนรับทันใดนั้น เมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยเดินออกมา เธอก็รีบถลาเข้าไปถามด้วยน ้าเสียงร้อนรน “จิ่วเม่ย เป็นยังไงบ้าง?”แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า กงจิ่นฟานไม่ใช่คนที่พูดด้วยง่