อยู่พอดีเลย”
พนักงานขายเอ่ยทักทายอย่างร่าเริง พร้อมรอยยิ้มกว้างที่ประดับบนใบหน้าสองสาวพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องแท้ ๆ คนรอบข้างที่มองอยู่กลับไม่ได้สนใจ คิดว่าอันจิ่วเม่ยแค่แวะมาเยี่ยมญาติตามปกติ“ขอบคุณที่พี่ช่วยฉันเรื่องเนื้อ นี่เป็นผักสด ๆ จากสวนหลังบ้านค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอกนะคะ อย่ารังเกียจเลยนะคะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มบางก่อนจะยื่นตะกร้าผักให้อีกฝ่ายพนักงานขายรับตะกร้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “โห! ไม่พิเศษได้ยังไงล่ะ สดขนาดนี้เลยนะ น่ากินชะมัด! แต่น้อง…”“ฉันชื่ออันจิ่วเม่ยค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ?”“พี่ชื่อฟางหรูจ้ะ แต่จิ่วเม่ยเธอจะให้พี่ทั้งหมดนี้เลยเหรอ?”อันจิ่วเม่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “แน่นอนค่ะพี่ฟางหรู บ้านฉันคนไม่เยอะ กินไม่ทันหรอก มีเยอะขนาดนี้ แบ่งให้พี่บ้างน่าจะดีกว่า”ในยุคนี้ การซื้อขายส่วนตัวเป็นสิ่งต้องห้าม ผักผลไม้ที่เหลือเกินความจำเป็น หากกินไม่หมดก็ต้องปล่อยให้เน่าคาไร่ หรือไม่ก็เอาไปเป็นอาหารไก่และเป็ดเมื่ออากาศแห้งแล้ง พืชพรรณก็ตายคาต้น แต่เมื่อฝนถล่ม น ้าท่วมขัง ทุกอย่างก็จมหายไปทั้งเป็น ชีวิตในยุคนี้ช่างน่าเศร้าเสียจริง
ฟางหรูถอนหายใจอย่างเสียดาย นึกถึงของดีๆ ที่ต้องเน่าเปื่อยไปในดินอย่างไร้ค่า แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะข้อบังคับเธอได้แต่กลืนความอึดอัดนั้นลงไป เมื่อวันนี้อันจิ่วเม่ยแวะมาส่งผักสดให้โดยไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร ฟางหรูยิ่งรู้สึกเสียดายมากกว่าเดิมก่อนที่อันจิ่