วเม่ยจะจากไป ฟางหรูก็ดึงแขนเธอไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกระซิบถามอย่างลับๆ ล่อๆ“จิ่วเม่ย เมล็ดแตงโมเมื่อวาน เธอคั่วเองหรือเปล่า?”เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย อันจิ่วเม่ยก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่แต่แกล้งทำหน้างง ๆ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ“พี่ฟางหรู ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ เพื่อนฉันเป็นคนคั่วเอง ฉันชอบกินเขาก็เลยแบ่งมาให้นิดหน่อย”แต่สำหรับฟางหรูแล้วใครจะทำเธอก็สำคัญขอแค่มีช่องทางที่ได้มาก็พอ “น้องจิ่วเม่ย ลองถามเพื่อนดูสิว่าจะคั่วเพิ่มได้ไหม ฉันอยากได้สักยี่สิบกว่าจิน”อันจิ่วเม่ยทำหน้าตกใจ พลางตอบอย่างระมัดระวัง “หา? แต่ตอนนี้มันไม่ใช่…”“อย่าคิดมากน่า!” ฟางหรูรีบตัดบท “ขอแค่เราไม่พูด ใครจะไปรู้ล่ะ จิ่วเม่ยพี่ไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ พี่ให้ค่าน ้าชาสามหยวน”
ฟางหรูนึกถึงเมล็ดแตงโมที่อันจิ่วเม่ยแบ่งให้วันก่อน ทุกคนที่บ้านเธอติดใจไปตาม ๆ กัน เธออยากได้เพิ่มอีก เผื่อส่งไปให้ญาติทางบ้านเกิดด้วย แค่ยี่สิบกว่าจินไม่ถือว่าเยอะอะไรนักเห็นอันจิ่วเม่ยยังลังเล ฟางหรูจึงรีบพูดเสริมอีกครั้ง “เอางี้ดีกว่าเรามาทำสัญญากัน ฉันจะจ่ายเงินมัดจำให้ก่อน จะได้ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะโกง! พี่ทำงานอยู่ที่ร้านสหกรณ์นี่เอง จะหนีไปไหนได้ น้องจิ่วเม่ยไม่เชื่อใจพี่เหรอ?”อันจิ่วเม่ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับตกลง“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะลองไปถามเพื่อนดูนะคะ แต่ถ้าเพื่อนฉันคั่วเมล็ดแตงโมเสร็จแล้ว จะให้ส่งให้พี่ได้ยังไงดีคะ?”ฟางหรูถอนหา