ตาครุ่นคิด นึกถึงครั้งที่ซื่อหงเคยปีนเข้ามาได้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความปลอดภัย หลี่เจียเฟิ่งจึงคว้ากระเบื้องเหลือใช้จากการสร้างบ้านมาทุบเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใช้ดินเหนียวฉาบบนยอดกำแพง ก่อนจะปักชิ้นกระเบื้องแหลมคมไว้ด้านบน เสมือนการสร้างกับดักให้ผู้บุกรุก
เพียงไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มสว่าง พอดีกับที่อันจิ่วเม่ยเดินหาวออกมา เธอหลี่เจียเฟิ่งเพิ่งกระโดดลงมาจากยอดกำแพงเธอมองดูอย่างละเอียดแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นยอดกำแพงเต็มไปด้วยกับดักเศษกระเบื้องแหลมคม“หืม? คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?” อันจิ่วเม่ยทำตาโตด้วยความประหลาดใจ มองหน้าหลี่เจียเฟิ่งที่ดูอิดโรยแต่ยังคงหล่อเหลาเช่นเคยอันจิ่วเม่ยแอบคิดในใจ ‘ถ้าไม่รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบฉันคงคิดว่าเขากำลังตกหลุมรักฉันแบบหัวปักหัวปำแน่ ๆ ‘ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกมา“อืม…นอนไม่หลับ เลยลุกมาทำงานน่ะ” หลี่เจียเฟิ่งตอบเสียงเรียบ พยายามไม่ให้อันจิ่วเม่ยจับพิรุธได้“อยู่กันแค่สองคน ทำแบบนี้จะได้ปลอดภัยขึ้น”อันจิ่วเม่ยรู้สึกซาบซึ้งจนแทบจะกระโดดกอด แต่ทำได้แค่คิด เธอรีบไปอาบน ้าแล้วมุดเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า พร้อมกับจัดอาหารไว้ให้เขาระหว่างเดินทางหลี่เจียเฟิ่งอาบน ้า เปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบทหารเต็มยศเตรียมตัวเดินทาง แล้วมานั่งทานข้าวด้วยกัน
“ถ้ามีอะไรก็เขียนจดหมายมาหาฉัน หรือด่วนจะไปหาต้าหวังแทนก็ได้ แต่ห้ามไปยุ่งกับบ้านเก่าของฉันเด็ดขาด