ฉันจะส่งเงินกลับมาให้เธอแบ่งให้พ่อแม่ฉันเดือนละหกหยวนก็พอ ที่เหลือเก็บไว้ใช้ ขาดเหลืออะไรก็บอกมา” เขากำชับด้วยน ้าเสียงจริงจัง“ค่ะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มหวาน “คุณตั้งใจทำงานเถอะ ที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง”“ฉันเตรียมอาหารไว้ให้ไปกินระหว่างทางแล้ว ทำเยอะเลย ทานกับเพื่อน ๆ ได้” อันจิ่วเม่ยเดินไปหยิบปิ่นโตสามชั้นสองเถายื่นให้เขาพร้อมโถดินเผาที่ปิดผ้าขาวอย่างดี“ในปิ่นโตมีเนื้อผัดพริก ส่วนในโถ่นี่คือเนื้อผัดเค็ม เก็บได้นานฉันทำเยอะ คุณเอาไปแบ่งเพื่อน ๆ ก็ได้ค่ะ”อันจิ่วเม่ยส่งยิ้มอบอุ่น พูดเสียงนุ่ม “หลี่เจียเฟิ่ง คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ ฉันจะรอคุณกลับมา ดูแลตัวเองด้วยนะ”คำพูดนั้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครพูดกับเขาแบบนี้ หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมา“ได้” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะรีบจัดการอาหารเช้าแล้วเตรียมตัวออกเดินทางทั้งคู่ขี่จักรยานคู่ใจมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ อันจิ่วเม่ยนั่งซ้อนท้ายโอบโถดินเผาแนบอก กระเป๋าเป้ที่ถือไว้เบาจนเธอรู้สึกเหมือนถือ
กระเป๋าเปล่า ส่วนปิ่นโตสองเถาที่เตรียมอาหารไว้ หลี่เจียเฟิ่งก็จัดการแขวนไว้กับที่จับจักรยานร่างสูงใหญ่ของเขาช่วยบดบังลมแรงและแสงแดดยามเช้าที่ส่องมาได้อย่างดี อันจิ่วเม่ยรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกขณะที่เธอซ้อนท้ายอยู่ตรงนั้น เธออดอมยิ้มบาง ๆ ไม่ได้เมื่อมาถึงสถานี อันจิ่วเม่ยส่งมอบทุกสิ่งที่เตรียมไว้ให้หลี่เจียเฟิ่งเขารับของจากเธอเงียบ ๆ