ห้ย่าอันต้องหยุดสานตะกร้า แต่เธอก็ยังนั่งรับลมเย็นสบายในลานบ้าน มองดูเด็ก ๆอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก่อนหน้านี้เธอโง่เขลาถูกคนหลอก ต่อไปเธอต้องตั้งสติให้ดี ไม่เป็นคนหัวอ่อนที่จะให้ใครมาจูงจมูกง่าย ๆ อีกแล้วยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเสียดายเงินที่เธอได้จากขายหน่อไม้ดอง เงินที่เธอหามาก็ให้ซื่อหงไปหมด นึกถึงตอนนี้ก็เสียดายจนอยากจะไปแย่งเงินคืนมาแม้อันตงหยางจะเป็นหลานชายคนเดียว แต่เด็กคนนั้นถูกซื่อหงเลี้ยงจนเสียนิสัย ไม่เคยสนใจย่าเลยสักครั้ง หลานแบบนี้ไม่มีก็ไม่เป็นไรส่วนอันจิ่วเม่ยแม้ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลนางเอก แต่เธอเลี้ยงดูมากับมือ ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขหรือไม่ย่าอันมองภาพความสนิทสนมของเด็กๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยปากชวนด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน “ยวี่เฟย ย่ากำลังสานตะกร้าอยู่หลายใบ เสร็จแล้วเอาไปใช้สักสองใบนะลูก”
“โถ… ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณย่า” ยวี่เฟยรีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม“ที่บ้านหนูมีพร้อมแล้ว แต่บ้านคุณย่าเพิ่งย้ายมาใหม่ ยังต้องใช้อีกเยอะ เก็บไว้ใช้เองก่อนเถอะค่ะ”“ไม่เป็นไรหรอก ย่าจักสานเพิ่มอีกหลายอันได้ พอใช้แน่นอน”ย่าอันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“งั้นก็ขอบคุณคุณย่ามากนะคะ” ยวี่เฟยจึงรับน ้าใจด้วยความขอบคุณ เธอรู้ดีว่าบางครั้งการปฏิเสธน ้าใจของผู้ใหญ่มากเกินไปก็ไม่เหมาะสมเมื่อฟ้าเริ่มมืด ยวี่เฟยก็ลากลับ แต่ก่อนจะไปยังสัญญากับอันจิ่วเม่ยว่