าจะพาเหม่ยลี่กับผิงผิงมาช่วยงานมะรืนนี้ อันจิ่วเม่ยนึกถึงสองสาวแล้วอดขำไม่ได้ เหม่ยลี่กับผิงผิงสนิทกันราวกับพี่น้องแท้ ๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ครอบครัวก็ไปมาหาสู่กันจนสนิทกันราวญาติค ่าคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ หลังจากจัดการเฟอร์นิเจอร์เรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายเข้านอน อันจิ่วเม่ยคิดว่าการย้ายมาอยู่ที่นี่จะทำให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเสียทีแต่ใครจะรู้… ในยามดึกสงัด เสียงโครมครามดังขึ้นจากลานบ้านตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เป็นคนร้ายที่ปีนกำแพงเข้ามาขโมยของ พลาดท่าตกลงมาจนขาหัก แทนที่จะหนีไปเงียบ ๆ
กลับโวยวายลั่นบ้าน จนปลุกอันจิ่วเม่ยที่หลับสนิทให้ตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจหลี่เจียเฟิ่งตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว แต่พอเห็นว่าคนที่ปีนเข้ามาเป็นใครก็ไม่รู้จะจัดการยังไงดี เลยต้องรอให้อันจิ่วเม่ยตื่นก่อนค่อยว่ากัน“ใคร มาร้องห่มร้องไห้ดึกดื่นแบบนี้!” อันจิ่วเม่ยเดินมาห้องมากจากห้องด้วยอาการหงุดหงิดที่เธอถูกปลุกกลางดึก ยิ่งวันนี้เธอเหนื่อยจากการทำอะไรหลายอย่าง อารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าทันใดนั้น เสียงของหลี่เจียเฟิ่งก็ดังมาจากนอกบ้าน พูดด้วยเสียงเรียบ ๆ ว่า “ซื่อหง”อันจิ่วเม่ยรู้ว่าเป็นใคร ก็ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม “ทำไมต้องเป็นซื่อหงอีกแล้ว ไม่รู้จบสิ้นจริง ๆ สักที”อันจิ่วเม่ยวิ่งพรวดออกไปข้างนอก พอออกประตูก็เห็นซื่อหงนั่งกอดขาร้องโวยวายอยู่ที่มุมกำแพง“ดึกดื่นป่านนี้