ย่าอันเริ่มเล่าถึงช่วงเวลาอันเลวร้าย เมื่อแม่ของอันจิ่วเม่ยร่างเดิมแม่ของเธอล้มป่วยหนัก ฝั่งทางตายายก็พยายามจะช่วยชีวิตแม่เธอไว้พวกเขาถึงขั้นลักลอบออกเดินทางเพื่อไปหายาที่ดีสุดมารักษาน ้าเสียงของย่าอันเบาลงเป็นเพียงเสียงกระซิบ “แต่ทว่า… พวกเขากลับหายตัวไป ไม่นานหลานย่าก็เสียชีวิต และทิ้งหลานไว้กับย่าและพ่อของหลาน”สายลมพัดผ่าน ใบไม้แห้งปลิวว่อน ราวกับจะพาความ“มีคนบอกว่า…” ย่าอันพูดต่อ “ตายายของหลานถูกส่งไปทุ่งในชนบท ส่วนลุงของหลานหายตัวไปในฐานะเยาวชนผู้มีการศึกษา ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของพวกเขา”ย่าอันถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจ “น่าเสียดายจริง ๆสำหรับครอบครัวนั้น ช่างเป็นโชคชะตาที่โหดร้าย”อันจิ่วเม่ยฟังทุกคำพูดอย่างตั้งใจ จดจำทุกรายละเอียดไว้ในใจก่อนจะพูดด้วยน ้าเสียงมั่นใจ“เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะสืบเรื่องพวกเขาเอง คุณย่าไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแน่นอน”
อันจิ่วเม่ยแบกหญิงชราขึ้นหลัง ค่อย ๆ เดินเข้าทางเดินหลักของภูเขา ทันใดนั้น เธอก็เห็นหลี่เจียเฟิ่งยืนรออยู่ข้างทาง มือถือไก่ป่าที่ล่ามาได้“หลี่เจียเฟิ่ง!” อันจิ่วเม่ยร้องเรียกด้วยความดีใจ มือข้างหนึ่งโบกทักทายอย่างกระตือรือร้นหลี่เจียเฟิ่งหันมาตามเสียงเรียก สายตาของเขาจับจ้องไปที่ภาพตรงหน้าอันจิ่วเม่ยบแบกคุณย่าบนหลัง ใบหน้าของทั้งคู่เปื้อนยิ้มด้วยความสุข แสงอาทิตย์ยามเย็นทอประกายอบอุ่นบนใบหน้าของพวกเขาริมฝีปากของหลี่เจีย