เฟิ่งยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ‘คงจะคืนดีกันแล้วสินะ’ เขาคิดในใจ ความโล่งอกแผ่ซ่านในอกชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาอันจิ่วเม่ยและย่าอัน เขาวางไก่ป่าลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นมือไปรับย่าอันจากหลังของอันจิ่วเม่ย“ขอบคุณนะ” อันจิ่วเม่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน เธอยืดตัวตรง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งจากการแบกย่าหลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปทางย่าอัน “คุณย่าครับ ผมจะแบกคุณย่าเองนะครับ” เขากล่าวด้วยน ้าเสียงนุ่มนวล
ย่าอันยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้ง“ขอบใจมากนะเจียเฟิ่ง เป็นเด็กดีจริง ๆ ”หลี่เจียเฟิ่งค่อย ๆ แบกย่าอันขึ้นหลัง มือข้างหนึ่งถือไก่ป่าไว้อย่างมั่นคง อันจิ่วเม่ยเดินเคียงข้างพวกเขา สายตาของเธอมองไปที่หลี่เจียเฟิ่งด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจทั้งสามค่อย ๆ เดินลัดเลาะตามเส้นทางในภูเขา เสียงหัวเราะและพูดคุยของพวกเขาแว่วไปตามสายลม ผสานกับเสียงนกร้องและใบไม้ไหว เป็นภาพที่แสนอบอุ่นและมีความสุขเมื่อกลับมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็พบกับคุณลุงเหวินยืนกอดอกรออยู่ พอเห็นเสื้อผ้าของย่าอันเปื้อนดินโคลนเละเทะ จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะร่วน“โอ้โห! คุณย่าก็ทำให้พวกเด็กๆ ลำบากเหมือนกันนะ อายุปูนนี้แล้วก็ยังไม่รู้จักประมาณตัว ยังจะไปหาผักป่าอีก ทั้งคู่วิ่งหาย่าจ้าละหวั่นเลย นึกว่าแกโดนหมีกินไปแล้ว!”ย่าอันรู้สึกเขินอายจนหน้าแดงก ่า จึงพูดเสียงอ่อย“เหวินซู อย่าล้อฉันเลย ฉันก็แค่อยากช่วยแบ่งเบาภา