เธอทำท่าทางตื่นเต้น “หนูจะคว้าไม้กวาดมาฟาดหัวเขาให้กระเจิงเลย!”
สีหน้าของย่าอันที่เคร่งเครียดค่อย ๆ คลายลง ริ้วรอยแห่งความกังวลบนใบหน้าเหี่ยวย่นจางหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“เจ้าเด็กแสบ” ย่าอันส่ายหน้าเบา ๆ พลางหัวเราะเสียงแผ่ว มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะของหลานสาวอย่างทะนุถนอม“ย่าก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะถูกคนอย่างซื่อหงหลอกได้ง่าย ๆแบบนี้”อันจิ่วเม่ยซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของย่า เสียงอ้อนแผ่วเบาดังขึ้น“คุณย่าคนเก่งของหนูหายไปไหนแล้วล่ะคะ? ทำไมถึงได้ใจอ่อนกับคนแบบนั้นได้นะ”ย่าอันถอนหายใจเบา ๆ น ้าตาเอ่อคลอเบ้าตา เสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด “หลานพูดถูก… ย่าแก่แล้ว บางทีก็หลง ๆ ลืม ๆ ย่าขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง”อันจิ่วเม่ยรู้สึกได้ถึงความเสียใจของย่า เธอกอดย่าแน่นขึ้นพยายามส่งความอบอุ่นและกำลังใจผ่านอ้อมกอดหลังจากที่ได้พูดคุยกันจนคลายความกังวล ย่าอันก็ดูสบายใจขึ้นมากเมื่อทุกอย่างคลี่คลายแล้ว อันจิ่วเม่ยลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปหาหญิงชรา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า“คุณย่า” เธอเอ่ยเสียงใส””พวกเรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”
ย่าอันมองหลานสาวที่เธอเลี้ยงดูมากับมือ แม้ไม่ใช่สายเลือดของเธอ แต่เธอก็รักดั่งดวงใจ หญิงชรายื่นมือเหี่ยวย่นให้หลานสาว“กลับบ้านกัน…” หญิงชราตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอันจิ่วเม่ยประคองย่ายืนขึ้น ก่อนจะนั่งย่อลงทำท่าให้ย่าอันขึ้นหลัง“คุณย่า” เธอเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ตอนนี้หนูโตแล้วค่ะ ให้ย