งัดนี้ เสียงเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของหลี่เจียเฟิ่ง ราวกับเขามีหูทิพย์ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสียงของนกหรือสัตว์ป่า แต่เมื่อฟังอย่างตั้งใจ เขาก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เสียงที่สัตว์ทั่วไปจะทำได้ หลี่เจียเฟิ่งจึงเริ่มระวังตัว และย่องไปตามเสียงนั้นอย่างเงียบเชียบภาพที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึง ย่าอันกำลังล้มกลิ้งอยู่ในหลุมใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ดูน่าสงสารราวกับลูกหมาที่ถูกทิ้ง ลุกขึ้นไม่ได้“คุณย่า! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้? นี่มันกลางป่านะครับ”หลี่เจียเฟิ่งกังวลว่าคุณย่าจะบาดเจ็บจากการล้ม จึงรีบแหวกพุ่มไม้และเถาวัลย์เพื่อเปิดทางอย่างว่องไว แล้วกระโดดเข้าไปช่วยพยุงคุณย่าขึ้นมา“กลับบ้านกันเถอะครับคุณย่า จิ่วเม่ยเป็นห่วงมากนะครับ” หลี่เจียเฟิ่งพูดอย่างอ่อนโยน พยายามโน้มน้าวคุณย่าผู้ดื้อดึง
แต่ย่าอันกลับส่ายหน้า “ไม่! ย่ากลับไปไม่ได้” เธอเค้นเสียงออกมาอย่างทรมาน ขณะที่อันจิ่วเม่ย ยังคงตะโกนเรียกอยู่ไกล ๆราวกับเสียงนกน้อยที่หลงฝูงหลี่เจียเฟิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปม เขารู้สึกปวดหัวกับความลับที่คุณย่าพยายาจะปิดบัง“มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาสิครับ” เขาพยายามอีกครั้ง “บางทีเรื่องที่คุณย่าเก็บไว้ มันอาจจะเป็นเล็ก ๆ สำหรับพวกเรานะครับ”แต่ย่าอันยังคงดื้อดึงเหมือนเดิม เธอจับมือหลี่เจียเฟิ่งไว้แน่น “หลี่เจียเฟิ่ง ย่าขอร้องล่ะ ทำเป็นไม่เห็นย่าเถอะ”หญิงชราอ้อนวอน น ้าตาคลอ “ฉันแก่แล้ว ถ้าอยู่กับ