ันทีเขาเดินออกจากจุดนั้นและไปสำรวจรอบ ๆ พร้อมกับดูว่าจะจับสัตว์ป่ามาทำอาหารได้หรือไม่คุณย่าอันคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งเห็นด้วยกับคำพูดของหลานสาวที่กำลังงอนเหมือนเด็ก จึงรีบร้อนให้เธอกลับไปกับหลานเขย“หนูไม่ไป! วันนี้หนูจะทำตามที่พูด ตายไปด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกันทีหลัง หนูจะตายอยู่บนภูเขากับย่านี่แหละ คนจะได้พูดว่าหนูกตัญญูด้วย! ให้คนเขาจารึกชื่อหนูไว้บนแผ่นหินเลย!”น ้าเสียงของอันจิ่วเม่ยแย่ราวกับฟ้าถล่ม เธอโกรธจนควันออกหูจริง ๆ เพราะไม่คิดว่าคุณย่าจะแก้ปัญหาด้วยการหนีออกจากบ้านมาแบบนี้นิสัยนี้ต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นถ้าสามวันดีสี่วันร้ายทำแบบนี้ เธอจะมีชีวิตของตัวเองได้อย่างไร? คงต้องเอาโซ่มาล่ามคุณย่าไว้แล้วล่ะ!วันนี้ อันจิ่วเม่ยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องบีบให้ย่าให้เปิดโปงความลับนั้นให้ได้ จะได้จัดการปัญหาไปพร้อม ๆ กันเสียทีย่อมเสี่ยงชีวิตเพื่อจะปิดบัง เธออยากจะรู้นักมันจะเป็นเรื่องบ้าอะไรกัน?
“จิ่วเม่ย….” หญิงชราเพิ่งจะอ้าปากพูด ก็โดนอันจิ่วเม่ยสวนกลับทันควัน“ถ้าย่าจะบอกเหตุผลก็พูดมาให้หมดเลย ไม่งั้นก็อย่าเสียเวลาพูดอะไรเลยค่ะ หนูเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น!”ว่าแล้ว อันจิ่วเม่ยก็ทิ้งตัวลงนอนราบตรงนั้น เตรียมจะงีบหลับสักหน่อยแล้วค่อยว่ากัน“หนูจะนอนแล้วนะ ถ้ามีสัตว์ร้ายอะไรในภูเขานี้ก็ไม่ต้องปลุกปล่อยให้มันกินหนูไปเลยจะดีที่สุด ยังไงหนูก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้