องขยะอย่างคล่องแคล่ว แยกของที่ยังใช้ได้ออกมากองไว้อีกด้านหนึ่งราวกับสมบัติล ้าค่า“คุณตาคะ หนูอยากได้เฟอร์นิเจอร์ แต่งบน้อย เลยอยากมาลองเสี่ยงโชคที่นี่ คุณตาพอจะมีเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ ขายบ้างไหมคะ? หนูขอแค่ไม่ผุพังจนนั่งแล้วทะลุก็พอแล้วค่ะ”อันจิ่วเม่ยพยายามปรับน ้าเสียงให้หวานเจี๊ยบชายชรากลับไม่แม้แต่จะหันมามอง พ่นคำพูดเผ็ดร้อนออกมา“ไม่เห็นหรือไงว่ามันมีแต่ขยะ อยากได้ก็ไปตลาดมือสองสิ!”คำพูดห้วน ๆ นั้นคงทำให้คนทั่วไปถอยกรูดด้วยความขุ่นเคืองแต่อันจิ่วเม่ยกลับยิ้มกว้างขึ้น เธอเคยเจอลูกค้าที่ยากกว่านี้มาแล้วชายชราคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวสำหรับเธอ
หนังสือบรรยายว่า กุ้ยฉางชายชราที่เฝ้าสถานที่นี่เป็นคนมีอารมณ์บูดบานราวกับนมเปรี้ยว อันจิ่วเม่ยไม่ย่อท้อ เธอพับแขนเสื้อขึ้นราวกับพร้อมจะลุยงานกุ้ยฉางไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากไป จึงอดไม่ได้ที่จะแอบหันมามองหลายต่อหลายครั้ง ก็พบว่า อันจิ่วเม่ยกำลังขะมักเขม้นคัดแยกขยะอย่างขยันขันแข็ง ราวกับมดงานตัวน้อยกุ้ยฉางขมวดคิ้วยุ่งเหยิงด้วยความสงสัย สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “เธอทำอะไร ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มี หูหนวกหรือไง? รีบไปได้แล้วฉันกำลังยุ่ง”“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยินดีช่วย ฉันเห็นว่าคุณตาต้องจัดการงานมากมายคนเดียว คงเหนื่อยแย่… พอดีวันนี้หนูว่าง เดี๋ยวหนูช่วยคุณตาเอง”อันจิ่วเม่ยพูดพลางฉีกยิ้ม ซึ่งหญิงสาวมักจะยิ้มตาหยีจนแทบมองไม่เห็นลูกตา ลักยิ้มบนใบหน้าเห