ออย่าร้องไห้เลยนะ ต่อไปฉันจะไม่พูดแบบนี้ให้เธอโกรธอีก…” หลี่เจียเฟิ่ง รีบปลอบอย่างงุ่มง่าม
หลี่เจียเฟิ่งมองดูอันจิ่วเม่ยด้วยความงุนงง ไม่รู้จะรับมืออย่างไรดีสายตาเขาเต็มไปด้วยความสับสนแม้อันจิวเม่ยจะโกรธจัด แต่พอเห็นท่าทางสำนึกผิดของหลี่เจียเฟิ่ง เธอก็ถึงกับลืมโกรธไปชั่วขณะ หญิงสาวรีบคว้าแขนเขามาให้นั่งลงข้าง ๆ “ฉันไม่ได้โกรธคุณ”จู่ ๆ เธอก็ใช้มือบาง ๆ ของตัวเองถูหน้าแรง ๆ ราวกับจะปัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกไป เสียงของเธอดังขึ้นในห้องครัวที่เงียบสงัด“ไม่รู้ด้วยแล้ว! คุณพูดถูก ถ้าย่าตัดใจไม่ได้ ฉันก็บังคับไม่ได้ช่างมันเถอะ! ย่าอยากทำอะไรก็ทำไป ฉันไม่อยากยุ่งแล้ว!”ตอนนี้อันจิ่วเม่ยรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เผลอเล่าเรื่องทองคำให้ย่าฟัง ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ‘หากย่าอันตัดสินใจทำเพื่ออันตงหยางจริงๆ แล้วคิดจะหาประโยชน์จากเรื่องนี้ล่ะ? ฉันจะทำยังไงดี?’คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว แต่แล้วอันจิ่วเม่ยก็สูดหายใจลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์อันจิ่วเม่ยส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับจะสลัดความคิดด้านลบทั้งหมดทิ้งไป
ในใจลึก ๆ ของเธอ ยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณย่าอยู่ เธอนึกถึงตอนที่ซื่อหงมาขอร้อง ย่าก็ไม่เคยขอยืมเงินเธอเลย“ไม่หรอก….” เธอพึมพำกับตัวเอง น ้าเสียงอ่อนโยนลง “ย่าคงไม่ใจร้ายกับเธอถึงขนาดนั้น”ขณะนั้นเอง หลี่เจียเฟิ่งก็มองดูอันจิ่วเม่ยด้วยความแปลกใจ เขาไม่คิดว่