จเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน เธอจึงเดินต่อ ความหิวโหยบีบรัดท้องของเธอ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชน ภาพของลูกชายที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกผุดขึ้นมาในหัว ยิ่งทำให้ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านซื่อหงทรุดตัวลงบนเก้าอี้ในครัว เสียงไม้ลั่นเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้งแต่แล้วก็ผ่อนลมหายใจเมื่อรู้ว่าไม่มีใครตื่น เธอพึมพำด้วยน ้าเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น“นังจิ่วเม่ย ถ้าแกช่วยลูกฉันแต่แรก เขาก็ไม่ต้องทนทรมานในกรงบ้า ๆ นั่นหรอก!”ดวงตาของซื่อหงวาววับในความมืด เธอจ้องมองไปยังความว่างเปล่า ครุ่นคิดถึงแผนการแก้แค้นที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้ดีว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ต้องรอจังหวะ รอให้ทุกอย่างลงตัว“อันจิ่วเม่ย” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างชิงชัง “ชาติกำเนิดของแก…นั่นแหละ คือจุดอ่อนที่จะทำลายนังเด็กอัปรีย์อย่างแก!”รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าของซื่อหง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างสะท้อนกับฟันขาวของเธอ ทำให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
ซื่อหงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เธอเปิดตู้กับข้าวอย่างระมัดระวังเธอหยิบอาหารเย็นที่เหลือออกมา กัดกินอย่างตะกละตะกลามราวกับกำลังกลืนกินความแค้นของตัวเอง“ฉันจะต้องลากเธอลงน ้าให้ได้!” เธอคิดอย่างมุ่งมั่น พลางเคี้ยวอาหารในปากอย่างสะใจ แต่ละคำที่กลืนลงคอเหมือนเป็นการย ้าเตือนถึงแผนการอันชั่วร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น