ิ่วเม่ยมองย่าอย่างไม่เข้าใจนัก แม้ในใจจะโมโหขนาดไหนแต่เธอก็เหนื่อยเกินที่จะคาดคั้นเอาคำตอบแล้ว
อันจิ่วเม่ยเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ และคิดในใจว่าคงต้องหาเวลาสืบเรื่องนี้เองทีหลังเห็นท่าทางของหลลานสาว ย่าอันก็ถอนหายใจโล่งอก แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความกังวล บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน มือเหี่ยวย่นประคองมือของอันจิ่วเม่ยไว้หลวม ๆ พลางเอ่ยด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน“จิ่วเม่ย ย่ารู้ว่าหลานต้องอดทนมาก รอแค่ย้ายออกไปทุกอย่างจะดีขึ้นเอง แล้วนี่การสร้างบ้านเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?”“สร้างไปได้เยอะแล้วค่ะย่า ถ้าไม่มีปัญหาอะไรอีกสิบกว่าวันน่าจะเสร็จ” อันจิ่วเม่ยตอบพร้อมรอยยิ้มในยุคนี้มีแค่ก่ออิฐเป็นห้องเล็ก ๆ สักสองสามห้องก็อยู่ได้อย่างสบายแล้วพวกเขาเลยตัดสินใจซื้ออิฐสำเร็จรูปมาใช้ สะดวกกว่าลงมือทำเองตั้งเยอะ ประหยัดทั้งเวลา แรงงาน แถมยังได้งานเร็วทันใจอีกต่างหาก ตอนนี้โครงสร้างบ้านก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้วพอเห็นคุณย่าอันเปลี่ยนเรื่องคุย อันจิ่วเม่ยไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงอะไรต่อ เธอคุยกับย่าสัพพักก่อนจะขอตัวไปเตรียมอาหารเย็นต่อตกดึก ความมืดปกคลุมทั่วบ้านตระกูลอันในยามดึกสงัดเช่นนี้ทุกคนต่างหลับใหลอย่างสนิท ยกเว้นร่างหนึ่งที่กำลังย่องเบาเดินออกจากห้องตัวเอง
ซื่อหงเดินอย่างแผ่วเบา เธอมุ่งหน้าไปยังห้องครัวที่จมอยู่ในความมืด เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นราวกับสัญญาณเตือนภัยทำให้เธอต้องหยุดชะงักชั่วขณะ หัวใ