ก็พบว่าซื่อหงทำอาหารเสร็จพอดี ยังเรียกให้พวกเขากินข้าวด้วยกันอีก ทำเอาหลี่เจียเฟิ่งงุนงงไปชั่วขณะเพราะเมื่อวานนี้เขาเห็นว่าอันจิ่วเม่ยกับซื่อหงยังคงทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เลย แต่จู่ ๆ วันนี้กลับมาทานอาหารร่วมกันอันจิ่วเม่ยสังเกตเห็นสายตาสงสัยของหลี่เจียเฟิ่ง จึงรีบดึงแขนเสื้อเขามากระซิบเบา ๆ “กินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง”หลี่เจียเฟิ่งผู้ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน พยักหน้ารับและหยิบชามข้าวขึ้นมากินทันทีขณะนั้นเองอันจิ่วเม่ยก็แอบมองย่าอัน ที่นั่งหลบอยู่มุมห้องอย่างกล้า ๆ กลัวๆ เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจก่อนจะนั่งกินข้าวข้าง ๆ หลี่เจียเฟิ่ง
แต่คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดในวงข้าวนี้คือซื่อหง เธอกินข้าวขาวอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นอาหารชั้นเลิศ ไม่สนใจสายตาของใครจนแทบจะเอาหัวจุ่มลงไปในชาม!พอกินเสร็จซื่อหงก็ยังอาสาล้างจานเพื่อจะได้เก็บกวาดเศษอาหารที่เหลือให้หมดอันจิ่วเม่ยที่มีเรื่องในใจ ไม่อยากสนใจพฤติกรรมแปลก ๆ นี้ พอออกมาจากครัวก็เห็น หลลี่เจียเฟิ่งสะพายตะกร้าเตรียมออกไปข้างนอก จึงถามอย่างสงสัย “คุณจะไปไหน?”“ฉันจะขึ้นเขาไปดูหน่อย ดูว่าจะยิงไก่ป่าได้ไหม” หลี่เจียเฟิ่งตอบพร้อมชูหนังสติ๊กในมือให้ดู ราวกับเป็นอาวุธลับสุดยอด“…” อันจิ่วเม่ย ถึงกับพูดไม่ออก กับแผนการล่าสัตว์สุดแปลกนี้‘นี่…เขาล้อเล่นกับเธอหรือเปล่า?’ อันจิ่วเม่ยสงสัยในใจ แต่ก็ยังบอกด้วยความห่วงใย “งั้นคุณระวังตัวด้วยนะ กลับมาเร็ว