ๆ ล่ะ”ปกติแล้ว อันจิ่วเม่ยจะต้องกระโดดโลดเต้นอยากไปขึ้นเขาด้วยแน่ ๆ เพราะเธอเพิ่งสัญญากับผู้นำหมู่บ้าน ว่าจะขึ้นไปเก็บเห็ดให้ลูกผู้หญิงต้องรักษาคำพูด จะมาผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ ไม่งั้นคราวหน้าไปขอความช่วยเหลือ พวกเขาคงจะทำหูทวนลมแน่ ๆแต่ทว่าวันนี้เธอกลับกังวลเรื่องคุณย่าเธอจนปวดหัว แม้อยากจะไปสำรวจป่าหลี่เจียเฟิ่งกับแค่ไหน ก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอ
“ได้” หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็วหลี่เจียเฟิ่งรีบวิ่งปรู๊ดไปที่ห้องของย่าอันด้วยความเป็นห่วงย่าอันอายุมากแล้ว นอนไม่ค่อยหลับ ปกติเวลานี้มักนั่งเล่นอยู่ข้างนอก แต่วันนี้กลับบอกว่าอยากนอน พอกินข้าวเสร็จก็หายเข้าห้องไปเงียบ ๆอันจิ่วเม่ยเคาะประตูเบา ๆ แต่ไม่รอให้คนในห้องตอบรับ เธอก็ผลักประตูเข้าไปทันทีคุณย่าอันกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียง ท่านสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน“จิ่ว… จิ่วเม่ย หลานทำไมถึง…” คุณย่าอันพูดตะกุกตะกักใบหน้าซีดเผือด ราวกับเห็นผี“คุณย่า ตอนนี้มีแค่เราสองคน บอกหนูมาตามตรงเถอะค่ะ ว่าซื่อหงทำอะไรคุณย่า” อันจิ่วเม่ยถามอย่างร้อนรน แววตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ย่าแค่…” ย่าอันพูดพลางเบือนหน้าหนีสายตาเลื่อนลอยราวกับกำลังนึกถึงเรื่องน่าอายบางอย่าง“คุณย่า ตอนนี้เรามีกันแค่สองคน บอกความจริงกับหนูเถอะนะคะ” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน แต่ในใจกลับร้อนรุ่มเหมือนไฟ