เม่ยรู้สึกราวกับตนเองถูกส่งเข้าประกวดนางงามมิตรภาพ เพราะเธอยืนยิ้มจนเมื่อยแก้มขณะที่หลี่เจียเฟิ่งแนะนำเพื่อนพ้องน้องพี่ให้รู้จักทีละคน แต่ละคนล้วนมีดีกรีความสนิทแน่นปึ้ก แววตาเต็มไปด้วยเรื่องเล่าร่วมสาบาน อันจิ่วเม่ยได้แต่คิดในใจ ‘นี่ถ้าใครเผลอมีเรื่องกับหลี่เจียเฟิ่งคงยากที่จะมีชีวิตสงบสุขสินะ’ระหว่างที่กำลังประเมินศักยภาพเครือข่ายว่าที่สามี อันจิ่วเม่ยก็สังเกตเห็นแววตาปลาบปลื้มของเหล่าพี่น้องร่วมสาบาน ที่มองหลี่เจียเฟิ่งราวกับเทพบุตรกลับชาติมาเกิดดูท่าว่าหลี่เจียเฟิ่งคงช่วยชีวิตชีวิตใครไว้หลายคน ทำเอาอันจิ่วเม่ยแอบปลื้มปริ่มแทน ‘โชคหล่นทับจริง ๆ ที่ได้สามีเพียบพร้อมทุกอย่างแบบนี้’ทันใดนั้นกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก หลี่เจียเฟิ่งผายมือเชิญทุกคนนั่งโต๊ะสมกับที่เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงหลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยเดินเข้ามาในบ้าน ลี่เฟยก็คอยกระซิบข้างหูญาติ ๆ พร้อมกับชี้มาที่อันจิ่วเม่ยเป็นระยะราวกับกำลังนินทา ทำเอาสีหน้าญาติ ๆ แปรเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นสายตาค้อนเคือง!
“หึ มาช้าแล้วยังจะมาเดินเฉิดฉายกับเพื่อนสามีอีกนะ ไม่คิดจะเข้าไปเคารพพ่อแม่สามีก่อนรึไงยะ แม่คุณทูนหัว!” ญาติคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงดังกังวานลี่เฟยยิ้มแสยะ “ใจเย็น ๆ ค่ะป้า น้องสะใภ้ของเราน่ะคงลืมมารยาทพื้นฐานไปแล้วมั้งคะ เห็นคนนอกสำคัญกว่าพ่อแม่สามีตัวเองซะอย่างนั้น”บรรยากาศในงานเลี้ยงกลายเป็นตึงเครียด ทุกสายตามอ