…“เดี๋ยวก่อน! ฉันยังไม่ได้เช็คเลยว่าครบหรือเปล่า?” แววตาเจ้าเล่ห์ของอันจิ่วเม่ยเป็นประกาย เกมแมวจับหนูเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเธอจะปล่อยให้ซื่อหงลอยนวลไปง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง“นี่เธอจะมากเรื่องอะไรอีก! ฉันจะโกงเธอได้ยังไงกัน ฉันต้องรีบไปทำงาน” ซื่อหงร้อนรน สีหน้าเริ่มไม่สบอารมณ์“จะโกงหรือไม่โกง ตรวจก่อนถึงจะรู้ ยืนนิ่ง ๆ ตรงนั้นแหละ”อันจิ่วเม่ยนับเงินในมืออย่างคล่องแคล่ว แววตาเป็นประกายวิบวับราวกับนับสมบัติของโจรสลัด“ทั้งหมด 32 หยวน…” เสียงของอันจิ่วเม่ยเย็นเยียบ ก่อนจะยัดเงินเข้ากระเป๋าอย่างไม่ใยดีแล้วลุกขึ้นหมุนตัว เตรียมเดินออกจากห้อง“นี่เธอจะไปไหนน่ะ!?” ซื่อหงร้องลั่น พลางกระโจนเข้ามาคว้าแขนอันจิ่วเม่ยไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ก็ไปแจ้งความจับอันตงหยางสิ! คิดว่าเงินแค่นี้จะปิดปากฉันได้เรอะ ฝันไปเถอะ!” อันจิ่วเม่ยตวาดลั่นมือบางขงออันจิ่วเม่ยสะบัดแขนซื่อหงออกอย่างแรง จนซื่อหงเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะเชิดหน้าก้าวขาเดินจากไปอย่างมาดมั่น“นี่! หยุดก่อน! ฉันจะให้เพิ่มก็ได้! นี่! นังเด็กบาไม่ได้ยินรึไง!” ซื่อหงร้องตะโกนไล่หลังเสียงหลง พลางวิ่งตามไปติด ๆ สายตาเจ้าเล่ห์สอดส่ายหาจังหวะจะชนอันจิ่วเม่ยให้เสียหลักแต่ไม่ทันไร เสียงเย็นยะเยือกของอันจิ่วเม่ยก็ดังมาจากด้านหน้า“เพิ่มอีก 10 หยวน!”“หา! แกเป็นบ้าไปแล้วหรอ?” ซื่อหงพูดออกมาอย่างเดือดดาลเงิน 30 หยวนนี่ เธอต้องแบกหน้าไปยืมญาติมาเชียวนะ