มคลายมือที่บีบแขนเพ่ยอิงแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีไป“ซินอี้ ฉันไม่อยากจะตำหนิเธอหรอกนะ”ไป๋ชิงเอ่ยขึ้น น ้าเสียงนั้นช่างขัดแย้งกับสีหน้าอย่างแรง“แต่นี่ลูกสาวของเธอ ต่อให้เธอยุ่งแค่ไหนก็ควรสั่งสอนบ้าง นี่เล่นจะทำร้ายร่างกายฉัน! ถ้าไม่ใช่ว่าตระกูลเรามีความสัมพันธ์ดีต่อกันอยู่ล่ะก็ วันนี้คงได้เห็นดีกันแน่!”ไป๋ชิงประณามลูกสาวบ้านตระกูลกวนอย่างเหลืออด ก่อนจะหันไปหาอันจิ่วเม่ยที่ยืนตัวลีบอยู่ด้านหลัง“จิ่วเม่ย เล่าไปสิว่าเกิดอะไรขึ้น”อันจิ่วเม่ยเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ก้มหน้าหลบสายตาอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นว่าคนที่หลบอยู่หลังไป๋ชิงคืออันจิ่วเม่ย ใบหน้าของซินอี้ก็บึ้งตึงขึ้นทันที ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเด็กคนนี้อีกแล้ว!
ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของอันจิ่วเม่ย ซินอี้ก็ยิ่งฉุน “นี่เธอ! ฉันแค่ถามไม่ได้จะกินหัวสักหน่อย! กลัวอะไรนักหนา รีบพูดมา!”ดวงตาของอันจิ่วเม่ยเริ่มแดงก ่า น ้าตาคลอหน่วย พยายามกลั้นน ้าตาไว้ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ“พะ..เพ่ยอิงเข้าใจหนูผิด เลยไล่ตีหนูจนมาถึงหน้าบ้านผู้นำหมู่บ้าน” เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อย ๆ“ป้าไป๋เลยพยายามปกป้อง ถ้วยข้าวที่ถืออยู่เลย… เลย…”“เห็นไหม! เพ่ยอิงนี่เหลือเกินจริง ๆ ไล่ตีคนอื่นเขา แล้วยังทำข้าวฉันหกอีก ซินอี้เธอก็น่าจะรู้ดีว่ากว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดมันยากเย็นแค่ไหน! ฉันไม่เอาเรื่องข้าวก็แล้วกัน” ไป๋ชิงพูดแทรกขึ้นมาทันที