ูกสะใภ้รองกำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหาร จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่ลานหน้าบ้าน เจียงอิงผู้ซึ้งคุ้นเคยกับ
วีรกรรมแสบของน้องสามีเป็นอย่างดี รีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความเคยชินเมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวสามี เธอกลอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะตะโกนบอกแม่สามีด้วยน ้าเสียงเหนื่อยใจ“แม่คะ ออกมาดูหน่อยเร็ว ดูเหมือนน้องเล็กจะก่อเรื่องอีกแล้ว!”ซินอี้รู้สึกปวดหัวทุกครั้งที่ได้ยินชื่อลูกสาวคนเล็ก ปัญหาของบ้านตระกูลหลี่ที่ลูกสาวไปทำไว้เธอก็แทบจะนั่งไม่ติดวันนี้เธอเลยให้ลูกสาวคนเล็กอยู่บ้านเพื่อทบทวนตัวเอง ไม่ได้เรียกไปทำงานที่ทุ่งด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่ประโยชน์เลยทันทีที่เธอกลับถึงบ้านอกจากจะไม่เห็นแม้แต่เงาของเพ่ยอิงอาหารเย็นก็ยังไม่มีวี่แววอีกต่างหาก แถมตอนนี้ยังมาก่อเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อนอีกแม้จะรักและตามใจลูกสาวมากแค่ไหน แต่ความอดทนของเธอก็มีขีดจำกัดซินอี้แกะผ้ากันเปื้อนออกอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับไป๋ชิงและลูกสะใภ้สองคนของเธอที่กำลังลากตัวเพ่ยอิงเข้ามาในบ้าน“พี่ไป๋…เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือจ๊ะ ถึงได้โมโหขนาดนี้” ซินอี้เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะรู้ดีว่าเรื่องคราวนี้คงไม่ดีแน่
‘ห้ามตีคนยิ้ม!’ ประโยคฮิตติดปากที่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซินอี้ได้แต่คิดในใจเมื่อเห็นภรรยาผู้นำบ้านยังคงทำหน้าบึ้งตึง แม้เพ่ยอิงจะพยายามยิ้มหวานฉ ่าให้ขนาดไหนแต่ในที่สุดไป๋ชิงก็ยอ