ามโกรธแค้นอยู่กลางลานบ้านย่าอันที่แอบฟังเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายในห้อง กลับรู้สึกโล่งใจที่หลานสาวของเธอ ในที่สุดก็ลุกขึ้นสู้ ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะยอมให้รังแกอีกต่อไป…ตกเย็นซื่อหงกลับมาจากทุ่งนาด้วยความหิวโหย แต่กลับพบว่าในครัวว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่อาหารเย็นเหลือไว้ย่าอันที่นั่งอยู่ในลานบ้านมองเด็ก ๆ ในหมู่บ้านวิ่งเล่นอยู่หน้าประตูโดยไม่สนใจซื่อหงซื่อหงโกรธจัด ตะคอกเสียงดัง “แกคิดว่าหลานสาวแกเป็นคุณนายแล้วงั้นเหรอ! ฉันจะบอกให้นะบ้านหลี่เจียเฟิ่งไม่มีทางเลี้ยงดูหลานสาวแกหรอก สุดท้ายหลานสาวตัวดีของแกก็ยังต้องพึ่งพาฉันอยู่ดี ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีก็จำไว้ว่าต้องเชื่อฟังฉัน!”
หญิงชรามองซื่อหงอย่างเย็นชา “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะไม่เป็นภาระให้จิ่วเม่ย และจะไม่มีวันพึ่งพาเธออีก”หลายปีมานี้ สิ่งเดียวที่ทำให้ย่าอันทนมีชีวิตอยู่ได้คือความห่วงใยต่อหลานสาว แต่ตอนนี้หลานสาวของเธอแต่งงานกับคนดี มีชีวิตที่ดีแล้ว เธอก็หมดห่วงซื่อหงเมินเฉยต่อคำพูดของหญิงชรา ซื่อหงถ่มน ้าลายลงพื้นอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเดินเข้าครัวไปหาอาหารกินเองโดยไม่สนใจใยดีในขณะที่ซื่อหงกำลังสาปแช่งอยู่ในใจอยู่นั้น ทางด้านอันจิ่วเม่ยก็กำลังเดินไปยังบ้านของผู้นำหมู่บ้าน เธอเอาขนมมงคลไว้ในตะกร้าหวายและใช้ผ้าคลุมไว้อย่างมิดชิดชาวบ้านต่างรู้ดีว่าอันจิ่วเม่ยถูกซื่อหงรังแกมาตลอดพวกเขารู้สึกสงสารจึงได้เอ็นดูเธอเป็นพิเศษ เมื่อเห็นหญิงสาวมาเยี่ยม ภรร