น นางสัมผัสคลื่นพลังจากทิศหนึ่งได้ และเหินไปหาอย่างตื่นเต้น
แต่เมื่อเข้าไปใกล้ กลับไม่พบกำแพงกั้นภพอะไร รอบข้างยังคงว่างเปล่าดำสนิท
“สัมผัสของข้าเพี้ยนไปหรือ?”
เหมียวเสียกรอกเมรัยอึกสุดท้ายเข้าปาก น ้าตาหลั่งรินจากคู่เนตรงาม “เจ้าบื้อ คิดถึงเจ้าจัง ท่านพ่อ ข้าอยากกลับบ้าน…”
เหมียวเสียสติแตกร ่าไห้ออกมาอีกครั้ง นางร่อนเร่ในที่ไร้แสงชวนสิ้นหวังเช่นนี้มาเป็นร้อย ๆ ปี มิเคยประสบความอ้างว้างเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
ทันใดนั้น จุดแสงจุดหนึ่งก็สะท้อนขึ้นจากหยาดน ้าตาตรงหน้านาง ทำให้ร่างของนางสะท้านรุนแรง ตวัดศีรษะมองหาต้นตอของแสงนั้นโดยพลัน และไม่นานก็พบจุดแสงจาง ๆ จากเบื้องบน
“นั่นอะไร?”
เหมียวเสียไม่ลังเล โบกคู่ปีกทะยานขึ้น
หลังเหินบินอยู่สองสามเดือน ใกล้จุดแสงนั้นเข้าไปทุกที เงาร่างต้นตอแสงนั้นก็ยิ่งชัดเจน ปรากฏว่าเป็นเรือศึกลำหนึ่ง
“นี่มันเรือศึกของสำนักเซียนอวี่หวงเรานี่!”
เหมียวเสียดูตื่นตะลึง ไฉนเรือศึกของสำนักเซียนอวี่หวงจึงมาโผล่ที่นี่ได้?
เรือศึกจากสำนักเซียนอวี่หวงของพวกนางมีเอกลักษณ์ มีปีกคู่หนึ่งดุจเทวา เอกลักษณ์นั้นชัดเจน นางแน่ใจว่านี่คือเรือศึกของสำนักเซียนอวี่หวง
นางหยิกเนินอกตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านประจักษ์ชัดว่ามิใช่ภาพหลอน
ขณะรู้สึกตกตะลึง มิอาจเข้าใจ งุนงงและคาดหวัง เหมียวเสียก็เร่งความเร็วขึ้นสู่บนเรือศึก
ที่หัวเรือมีชายหนวดเครารุงรังผู้หนึ่งนั่งอยู่ ดวงตาเหม่อ