้งว้าง
ไร้ทิศทางชัดเจน ไร้จุดหมายระบุเที่ยงแท้ ไร้หนทางกลับหลังเหมือนเช่นชีวิตที่มีเพียงต้องก้าวต่อ นับแต่ยามเขาเหยียบย่างสู่
เส้นทางการฝึกฝนบรรลุเซียน เขาก็มิอาจหยุดฝีเท้าได้อีก และไม่รู้ต้องมุ่งหน้าไปที่ใดกว่าจะหยุดได้
“เซียนผู้นี้คิดว่าเจ้าใจเย็นมาก ไม่มีวันบุ่มบ่าม ต่อหน้าเซียนยังคิดแผนการได้อย่างสุขุม แต่เซียนผู้นี้คิดผิด เจ้าเป็นคนบุ่มบ่ามสุด ๆโดยเฉพาะยามบุคคลใกล้ตัวอยู่ในอันตราย แค่ทางถอยให้ตัวเองเจ้ายังไม่เหลือไว้”
อวิ๋นเหยารำพึงด้วยน ้าเสียงสุดซับซ้อน
เจียงผิงอันไร้วาจา นั่งขัดสมาธิที่หัวเรือ ปล่อยจิตสัมผัสสำรวจสรรพสิ่งที่อยู่ในขอบเขตรับรู้
รอบทิศมืดสนิท ไม่มีแม้แต่ดาวร้างสักดวง ไร้สิ่งใดให้ประจักษ์และในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ความกลัวจะถูกขยายฤทธิ์เกินนับเท่าเกิดจิตหลอนได้เสมอว่าบางสิ่งชวนขนลุกจับจ้องอยู่ในความมืดมิด
เหินทะยานในสภาพแวดล้อมเช่นนี้สองสามวัน ให้ความรู้สึกประหนึ่งผ่านไปหลายปี
ความเดียวดาย หนาวเหน็บ มืดมิดนั้นราวผู้ป่วยระยะสุดท้ายรอวันตาย มิอาจเห็นแสงสว่างแห่งความหวังใด ๆ
“เตือนเจ้าหนสุดท้าย ก่อนเจ้าจะหลงออกนอกเส้นทาง รีบกลับไปเสีย ยิ่งออกมาไกลยิ่งกลับยากนะ”
อวิ๋นเหยาพูดอย่างเคร่งขรึม
ปุถุชนเดินเข้าป่ายังหลงทาง นับประสาอะไรกับเวิ้งจักรวาลอันไร้ขอบเขต กว้างใหญ่เสียยิ่งกว่าภพเซียนมิอาจทราบเท่าทบ ไร้สิ่งใดใช้เป็นพิกัดบ่งชี้ มิอาจแยกแยะทิศทางบนล่างซ้ายขวา ยิ่งสัญจรไกลก