็จะมิอาจได้เห็นภพเซียนอีกก็เป็นได้
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก สงบสติตัวเอง “ผู้อาวุโส สอนข้าตีศาสตราเซียนหน่อย”
“เรียนมันยามนี้มีประโยชน์อะไร เดี๋ยวเจ้าก็ต้องตายอยู่แล้ว”
“มันเงียบขนาดนี้ หากไม่ทำอะไรสักอย่างก็จะบ้าได้น่ะสิ” เจียงผิงอันไม่รู้ว่าเขาจะหาศิษย์พี่หญิงเจอยามใด และมิอาจสติแตกก่อนได้เจอศิษย์พี่หญิงได้
“ก็ได้ เซียนผู้นี้ก็อยู่ว่าง ๆ จะสอนเจ้าแก้เบื่อแล้วกัน”
อวิ๋นเหยาลุกขึ้นจากโลงแก้วผลึก วารีเซียนไหลลงตามผิวเนียนขาวและเส้นผมยาว อาภรณ์เซียนขาวพิสุทธิ์ก่อลักษณ์ปกคลุมเรือนร่างไร้ที่ติ เรียวขาเพรียวขาวเยื้องออกจากโลงแก้วผลึก
ที่แห่งนี้มิใช่ส่วนหนึ่งของภพเซียน อยู่นอกกฎเกณฑ์ภพเซียนศัตรูของนางมิอาจตรวจพบนางได้ จึงสามารถออกมาอย่างมั่นใจ
“เจ้ายังไม่บรรลุเซียน การตีศาสตราเซียนจะเป็นเรื่องยาก ทว่ามิใช่เป็นไปไม่ได้ ประการแรก เจ้าต้องเข้าใจหลักการทำงานของกฎเต๋าเซียนก่อน….”
อวิ๋นเหยาเดินมาหาเจียงผิงอัน เริ่มเทศนาว่าจะตีศาสตราเซียนเช่นไรราวอาจารย์สอนศิษย์
ในอาณาเขตนอกภพอันมืดมิดไร้ขอบเขต เรือศึกขนาดเท่าดวงดาวล่องลอยลำพัง เล็กจ้อยประหนึ่งเม็ดทรายในท้องสมุทร
แม้เรือศึกจะรวดเร็ว แต่ก็เหมือนหอยทากคืบคลานในเวิ้งจักรวาลแห่งนี้ แม้จะใช้เวลาเป็นล้าน ๆ ปีหรือนานกว่านั้น ก็ยังมิอาจมุ่งถึงจุดจบของเวิ้งจักรวาลได้
เจียงผิงอันใช้การเรียนฆ่าเวลา กำจัดความอ้างว้างและความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย
แม้ผู้ฝึกตนมัก