้างบ้านเรียบร้อยที่ดินส่วนหนึ่งข้าจะแบ่งมาสร้างสถานศึกษาเพื่อสอนชาวบ้านที่สนใจศึกษาเล่าเรียนให้อ่านออกเขียนได้ไม่ทราบว่าท่านเห็นควรเช่นไร” หลังสิ้นคำพูดของหยูเจียง ครานี้ยิ่งเกิดความอลหม่านมากขึ้นกว่าเดิม“พวกท่านคุกเข่าทำไม รีบลุกขึ้นเร็วเข้า หรือว่าข้าทำสิ่งใดให้พวกท่านขุ่นเคืองอย่างนั้นเหรอ” หยูเจียงกล่าวอย่างตกใจเมื่อคนในครอบครัวอานพากันนั่งคุกเข่าลงกับพื้นดินทั้งหมดต่อหน้าตนรวมถึงลี่หม่านเองก็ด้วย232
“ท่านบัณฑิตหยู ข้าน้อยครอบครัวตระกูลอานนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะขอซื่อสัตย์และภักดีต่อพวกท่านไปตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน” อานไท่เป็นตัวแทนกล่าวคำสาบานออกมาเสียงดังโดยที่ครอบครัวหยูได้แต่ยืนนิ่งอย่างตกใจในการกระทำเช่นนี้ของพวกเขา “พวกท่านรีบลุกขึ้นก่อน อย่าได้ทำอะไรแบบนี้ขอรับให้พวกเราอยู่ด้วยกันประดุจญาตินั้นแหละดีแล้ว” หยูเจียงรีบประคองชายวัยกลางคนให้ลุกขึ้นอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก“เจ้าให้เราเป็นญาติพี่น้อง ได้นับตั้งแต่บัดนี้ข้าคือน้องชายของแม่เจ้า ส่วนเจ้าเป็นหลานชายข้าแม้พวกเราจะไม่ใช่ญาติพี่น้องสายโลหิตด้วยกัน ทว่านับจากนี้พวกเราเป็นยิ่งกว่านั้นข้าและครอบครัวจะไม่มีวันทรยศเจ้าอย่างเด็ดขาด หาไม่ขอให้พวกเราไม่ตายดี” อานไท่ปาดนํ้าตาทิ้งจับต้นแขน ของหยูเจียงกล่าวคำพูดของตนออกมาเสียงดังในขณะเดียวกันคนในครอบครัวของเข่าก็ต่างมาคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงชราแม่ของหยูเจียงเพื่อโขกศีรษะคำนับ233
“