ผยย้อนถามสีหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย
ผลัวะ! ฝ่ามือของอานไท่ตบเข้าที่หัวของบุตรชายคนโตก่อนที่เขาจะกล่าวอย่างสุภาพกับยงเผย “เขาจะไม่เต็มใจได้ยังไงละขอรับ พวกเรายิ่งกว่ายินดีต่างหาก ว่าแต่ท่านคิดค่าสอนหรือไม่”
“ชะ…ใช่ข้าดีใจมากไปนะขอรับ” หรานต้าผู้หายมึนจากฝ่ามือของบิดายกยิ้มตอบออกมาอย่างโง่งม
“ข้าไม่เก็บค่าสอนหรอก พอกลับไปก็ให้เด็กทั้งสามยกนํ้าชากราบข้าเป็นอาจารย์ก็พอ” ยงเผยพูดออกมาในขณะช่วยลูกศิษย์ทั้งสองยกมือหมูขึ้นบ่าของพวกเขา
“พวกข้าขอขอบพระคุณท่านเผยมากขอรับ” ครอบครัวอานทั้งสามก้มหัวค้อมตัวคารวะชายหนุ่มอย่างจริงใจ
“หลานข้า เจ้ายังไม่รีบมาขอบคุณท่านอาจารย์อีก” อานไท่รีบกวักมือเรียกหลานตัวน้อยผู้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเสียงดัง158
เด็กชายทั้งสองรู้สึกดีใจยิ่งที่พวกเขากำลังจะได้เรียนวรยุทธ ผิดกับเด็กหญิงหนึ่งเดียวที่กำลังเอาหัวเล็กซบบนบ่าของบิดาสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
“ท่านพ่อ เวลาช่วงนั้นข้ากำลังนอนหลับสบายเลยนะเจ้าคะ ท่านจะยอมให้ข้าต้องตื่นนอนมาวิ่งจริงอย่างนั้นเหรอ” หนิงอันกะพริบตาปริบ ๆ กล่าวเสียงเว้าวอนกับบิดาเพื่อให้เขาคัดค้าน
“นั่นนะสินะ หากเจ้าไม่อยากตื่นเช้าลุกมาวิ่ง ถ้าอย่างนั้นบิดาลงโทษเจ้า โดยการให้คัดอักษรว่าด้วยจารีต และคุณธรรมอย่างละห้าสิบจบดีหรือไม่” หยูเจียงทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวในสิ่งที่หนิงอันต้องเบิกตาโตมองเขา
“ข้าตัดสินใจวิ่งเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าการที่ท่านอ