เอาตัวให้รอดก่อนก็แล้วกัน’ อันอันโต้กลับ
ความนิ่งของบุตรสาวทำให้หยูเจียงค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่เหรอลูกรัก” หยูเจียงลองหยั่งเชิง
“ท่านพ่อ ข้าไม่อยากเรียนวรยุทธได้หรือไม่” หนิงอันแหงนดวงหน้าน้อยสบตากับบิดากล่าวอ้อนวอน
“พ่อคิดว่าการที่เจ้ามีวิชาย่อมดีกับตนเองจงเรียนเอาไว้เถอะแม้ว่าการเริ่มต้นจะยากลำบากอยู่บ้าง แต่ปลายทางนั้นย่อมส่งผลสวยงามอย่างแน่นอน อีกทั้งเจ้าช่างซุกซนมีแต่ผลดีไม่มีเสีย” หยูเจียงอธิบายให้บุตรีตัวน้อยเข้าใจ
กระแสเสียงอันอ่อนโยนของบิดาทำให้หยูหนิงอันเข้าใจเจตนาดีของเขาดังนั้นนางจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย (เรียนก็เรียนในอนาคตอาจจะได้ใช้) เจ้าตัวคิด
เมื่อกลุ่มคนเดินเข้ามาในหมู่บ้านพร้อมกับมีหมูตัวใหญ่อยู่บนบ่าของเด็กหนุ่มวัยสิบหก ชาวบ้านที่ได้เห็นก็พากันชี้ชวน161
พูดกันอย่างตื่นเต้น อานไท่จึงได้ป่าวประกาศเสียงดังให้คนเหล่านั้นช่วยกระจายข่าวออกไป
“ท่านลุง ท่านป้า เหล่าสหายทุกท่าน วันนี้ขอให้ทุกคนไปยังลานดินหน้าบ้านของข้า เพื่อรับการแจกเนื้อหมูพร้อมทั้งขอให้พวกเราได้กล่าวขอบคุณท่านบัณฑิตหยู และท่านยงเผยในการมอบเนื้ออันมีค่านี้ให้กับพวกเราชาวหมู่บ้านไหลชุน”
หลังสิ้นคำประกาศของเขาชาวบ้านที่กำลังล้อมรอบอยู่ก็หันมาทางหยูเจียง ยงเผยด้วยสีหน้าแห่งความสำนึกในบุญคุณ“ขอบคุณนายท่านทั้งสองขอรับ” หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปตามบ้านเรือนทุกหลัง
“ท่านอาขอร