ลูกเรือนต่างก็อาศัยกินแรงกันทั้งสิ้นดังนั้นเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้เชียวอีกอย่างยิ่งวันนี้พวกเจ้ามีนํ้าใจกับพวกเขา ข้าคิดว่าจะมีแต่คนพากันมาร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือนะไม่ว่า” อานไท่ตอบชายหนุ่มผู้มาจากเมืองหลวงอย่างจริงใจ
“เป็นเช่นนั้นหรือขอรับ ข้าเกือบทำผิดพลาดเสียแล้วขอบคุณท่านอาที่กล่าวเตือน หากเป็นเช่นนี้ข้าควรตอบแทนพวกเขาอย่างไรดี” หยูเจียงมีสีหน้าแปลกใจจึงได้ถามออกมาอย่างกังวล
เสียงเล็กของหนิงอันก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “พวกเราก็เลี้ยงอาหารเขาสิเจ้าคะ คนเรายังไงก็ต้องกินโดยเฉพาะผู้ใช้แรงย่อมต้องกินให้มากเข้าไว้”
“นั่นสินะ เจ้าฉลาดมากลูกสาวข้า” หยูเจียงกระชับอ้อมกอดบุตรีในอ้อมกอดแน่นกล่าวชมเชยยิ้มแย้มทั้งปากและตา164
“ข้าเป็นลูกของท่านจะไม่ฉลาดได้ยังไงละเจ้าคะ” อันอันได้ทีจึงได้กล่าวประจบบิดาออกมาเช่นกัน
คำพูดของเจ้าตัวน้อยได้เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ทั้งหลายยกเว้นก็แต่ยงเผยผู้รับรู้ถึงความมากเล่ห์ของเด็กหญิงเป็นอย่างดีกระนั้นเขาก็ไม่คิดเปิดโปงเจ้าตัวน้อยและยังคิดว่าการมีศิษย์แบบนี้ก็นับว่าดีเหมือนกัน
‘เจ้าเล่ห์ รู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์น่าจะเอาตัวรอดได้ไม่อยาก’ ชายหนุ่มคิด
เมื่อกลับถึงเรือนของตนแล้ว อานไท่ก็เริ่มแบ่งงานให้กับชาวบ้านบางคนที่พากันมายืนรออยู่ก่อนแล้ว “เจ้าไปต้มนํ้า ส่วนพวกเจ้ารีบมาช่วยท่านผู้เฒ่าชำแหละหมู”
“ลูกรักเจ้าเข้าไปอยู่กับแม่ดีหรือไม่” หยูเจียงถามบุตรสาวที